Krukay Chinese

เรียนรู้ภาษาจีน เรียนรู้วัฒนธรรม


ที่มาของวันไหว้พระจันทร์

s__29204483

กำเนิดวันไหว้พระจันทร์

จากการศึกษา วันไหว้พระจันทร์ของประเทศจีนเกิดจากการเปลี่ยนแปลงและพัฒนามาจากฤดูใบไม้ร่วงและความเชื่อในการบูชาเทพแห่งดวงจันทร์ และได้กำหนดให้วัน 15 ค่ำเดือน 8 ของทุกปีเป็นวันไหว้พระจันทร์

จากบันทึกของโจวหลี่ได้กล่าวไว้ว่าเมื่อสมัยราชวงศ์โจววันไหว้พระจันทร์ในทุกๆปีจะมีการเล่นดนตรีแต่งกวีขึ้นเพื่อ“ต้อนรับฤดูหนาว” และมีการบันทึกว่าฮ่องเต้สมัยราชวงศ์โจวจะไหว้พระจันทร์ในฤดูใบไม้ร่วงของทุกปี จนกระทั่งราชวงศ์ถัง ทุกครั้งที่เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ผู้คนจะจัดพิธีไหว้ผู้อาวุโส ในสมัยราชวงศ์จิ้งก็มีการบันทึกเกี่ยวกับการชมจันทร์ในวันไหว้พระจันทร์ แต่ในขณะนั้นยังไม่ได้เกิดเป็นประเพณี จนถึงช่วงราชวงศ์ถัง การชมจันทร์ และกิจกรรมอื่น ๆ ในวันไหว้พระจันทร์ก็ได้กลายเป็นประเพณีที่นิยมไปทั่วโลก

จากสถิติ เพียงแค่บทกวีของป๋ายจวีอี้ นักกวีในปลายราชวงศ์ถังเพียงผู้เดียวก็มีกวีที่เกี่ยวกับวันไหว้พระจันทร์ถึง 7 บท แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมวันไหว้พระจันทร์ในช่วงนั้นมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนอย่างลึกซึ้ง กระทั่งราชวงศ์ซ่ง ฮ่องเต้ได้ประกาศให้วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 เป็นวันไหว้พระจันทร์อย่างเป็นทางการ กิจกรรมในวันไหว้พระจันทร์จึงกลายเป็นที่นิยมทั้งทางเหนือ ทางใต้และในหลายๆพื้นที่อีกมากมาย มีบันทึกกล่าวไว้ว่าในคืนวันไหว้พระจันทร์ของเมืองเปี้ยนเหลียง มีเสียงเพลงดังไปทั่วสารทิศ บรรยากาศดูสนุกสนานครึกครื้น เหล่าชนชั้นสูงจะดื่มเหล้าชมจันทร์อยู่ในศาลาของตนเอง ประชาชนทั่วไปจะแย่งกันเข้าไปในโรงเตี๊ยมเพื่อชมความสวยงามของพระจันทร์ในวันไหว้พระจันทร์ และในสมัยราชวงศ์ซ่ง วันคืนเพ็ญของวันไหว้พระจันทร์ในเมืองหลิงอานก็มีความสนุกสนานครึกครื้นเช่นกัน ไม่ว่าจะจนหรือรวย ทุกๆบ้านจะเตรียมอาหารมื้อค่ำ ทุกคนในบ้านดื่มเหล้าชมจันทร์ร่วมกัน บนถนนจะมีคนเดินท่องเที่ยวชมจันทร์มากมาย พอถึงสมัยราชวงศ์หมิง การกินขนมไหว้พระจันทร์กลายประเพณีสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของการฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์

เมื่อเข้าสู่ราชวงศ์ชิง เทศกาลไหว้พระจันทร์ยิ่งใหญ่ขึ้น เทศกาลไหว้พระจันทร์ในเมืองปักกิ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศของความสุข ความปิติ ทุกๆบ้านจะบูชาพระจันทร์ ในช่วงนี้กระต่ายของเทพแห่งดวงจันทร์ตามความเชื่อและตำนานของชาวบ้านก็จะยิ่งมีรูปลักษณ์หลากหลาย และมีชีวิตชีวามากขึ้น สมัยราชวงศ์ชิงมีการบันทึกไว้ว่าผู้คนมีความชอบในกระต่ายของเทพแห่งดวงจันทร์เช่นกัน และพากันเรียกรูปปั้นกระต่ายว่า คุณชายกระต่าย

จากประวัติศาสตร์จีน เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติอยู่ตรงกลางของฤดูใบไม้ร่วง ดังนั้นจึงเรียกว่า จงชิว เทศกาลวันไหว้พระจันทร์ยังมีชื่อเรียกอีกหลายๆชื่อ เนื่องจากวันเทศกาลอยู่ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 จึงเรียกว่า “เทศกาลเดือน 8” หรือ “เดือนแปดครึ่ง” และเนื่องจากกิจกรรมหลักของเทศกาลไหว้พระจันทร์มักจะเกี่ยวข้องกับ พระจันทร์ ก็เรียกว่า เทศกาลพระจันทร์บ้าง คืนพระจันทร์บ้าง

พระจันทร์ที่เต็มดวงในคืนไหว้พระจันทร์ แสดงถึงการอยู่รวมกันพร้อมหน้าพร้อมตา ดังนั้นจึงเรียกว่า เทศกาลอยู่รวมกันพร้อมหน้าพร้อมตาซึ่งบันทึกแรกสุดพบในสมัยราชวงศ์หมิง ในคืนเทศกาลไหว้พระจันทร์ พื้นที่ส่วนใหญ่ในประเทศจีนจะมีประเพณีการอบขนมซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการอยู่รวมกันพร้อมหน้าพร้อมตาชนิดหนึ่ง คล้ายกับขนมไหว้พระจันทร์ ข้างในจะห่อด้วยน้ำตาล งาดำ กุ้ยฮัว และผักต่างๆ ส่วนนอกจะกดพิมพ์ให้เป็นรูปพระจันทร์ ต้นกุ้ย กระต่าย เป็นต้น หลังจากบูชาพระจันทร์เสร็จแล้ว ผู้อาวุโสในบ้านจะตัดขนมแบ่งตามจำนวนคน คนละหนึ่งชิ้น ถ้ามีสมาชิกในครอบครัวคนไหนไม่อยู่บ้านก็จะตัดแบ่งไว้ให้ส่วนหนึ่ง แสดงถึงการอยู่ร่วมกันอย่างพร้อมหน้า นอกจากขนมไหว้พระจันทร์แล้ว ผลไม้สด ผลไม้แห้งต่าง ๆ หลายฤดูกาลก็ยังเป็นอาหารเลิศรสในคืนเทศกาลนี้อีกด้วย

ที่มา 鸿宇.“中秋起源”.节俗,120-123,北京:宗教文化出版社,2004.

นามปากกา 伊人憔悴