Krukay Chinese

เรียนรู้ภาษาจีน เรียนรู้วัฒนธรรม


เส้นทางสายไหม

silkroad-1

เส้นทางสายไหม

เส้นทางสายไหมในสมัยโบราณเริ่มตั้งแต่ที่เมืองฉางอัน长安(ปัจจุบันคือซีอัน西安)ผ่านเส้นทางยาวที่เรียกว่า เฮกซี 河西ในปัจจุบันคือ พื้นที่ในเขตซินเกียง 新疆境内และยังผ่าน ซงหลิง 葱岭(ปัจจุบัน คือ ที่ราบสูง พาเมียร์帕米尔高原)จึงค่อยผ่านทิศตะวันตก ท้ายที่สุดจึงถึงทวีปยุโรป ความยาวทั้งหมดประมาณ 7000 กว่า กิโลเมตร ในปีก่อนปีคริสตศักราช 200 ของราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ถึง คริสต์ศักราช 1300

เส้นทางสายไหมเป็นเส้นทางการค้าระหว่างประเทศบนภาคพื้นทวีปที่ยาวนานทางประวัติศาสตร์จีนและยังเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศจีนกับต่างประเทศด้านการค้าที่เป็นมิตรกัน เนื่องจากในเวลานั้นท่ามกลางการขนส่งสินค้าผ่านถนนสายนี้ สิ่งที่เป็นนิยมจำนวนมากคือสายไหม ดังนั้นคนยุโรปจึงเรียกชื่อถนนสายนี้ว่า เส้นทางสายไหม

ประเทศจีนเป็นประเทศแรกๆบนโลกนี้ที่ได้เริ่มปลูกต้นมัลเบอร์รี่เพื่อเลี้ยงหนอนไหมและนำไหมมาใช้ในการถักทอเป็นผ้าไหมของประเทศ

เล่ากันว่าผ้าไหมที่เกิดขึ้นมาจากมเหสีของจักพรรดิ์ที่ชื่อว่า “เหลยจู่”ผู้คนจึงเรียกเหลยจู่ว่า “มารดาแห่งเส้นไหม”

นักโบราณคดีพบซากฟอสซิลรังไหมดิบของหนอนไหมที่ถูกตัดออกมาเป็นครึ่งท่อนโดยฝีมือของมนุษย์ในยุคหินใหม่ที่เมืองชานซี แล้วยังพบเส้นไหมที่ต่างๆจำนวนมากมายในตะกร้าไม้ไผ่ของยุคหินใหม่ที่เมืองเจ้อเจียง ของสืบทอดทางวัฒนธรรมใน4000ปีก่อนเหล่านี้ถูกขุดขึ้นมาเพื่อเอามาให้เห็นว่าคนจีนได้เลี้ยงหนอนไหมเพื่อถักทอเป็นผ้าไหม

ตัวอักษรกระดองเต่าในราชวงศ์ฉางยังมี คำว่า “桑”ˎ“蚕”ˎ “丝”ˎ “帛”เป็นต้น บนข้อความตัวอักษรกระดองเต่าส่วนหนึ่งยังมีเนื้อความว่า“ใช้หัววัว3หัวมาเคารพเทพเจ้าหนอนไหม”

ราชวงศ์โจว ต้นมัลเบอร์รี่ปลูกกันมากมาย ในหนังสือ 《诗经》ได้บรรยายบทกลอนเกี่ยวกับต้นมัลเบอร์รี่ไว้มากมาย

ในยุควสันตสารทกับยุครณรัฐ(ชุนชิวกับจั้นกวั๋อ) การเลี้ยงหนอนไหมกลายเป็นงานหัตถกรรมภายในครัวเรือนที่นิยมกัน ตามตำนานนั้นสาวงามที่มีชื่อเสียงชื่อว่า “ไซซี”ก็เป็นคนหนึ่งที่สามารถถักทอผ้าไหมได้ และยังพบภาพวาดที่อยู่บนไหมถูกขุดออกมาจากหลุมศพสมัยรัฐฉู่ก็แสดงให้เห็นว่าในสมัยนั้นมีมาตรฐานของการถักทอผ้าไหม

เมื่อถึงยุคฮั่นแล้ว มาตรฐานฝีมือการผลิตผ้าไหมก็สูงกว่าเดิมในเวลานั้นคนสามารถถักทอออกมาคุณภาพดีงามมากและของที่ถูกถักทอจากผ้าไหมและสิ่งของที่เป็นเส้นไหมต่างๆประมาน 200 กว่าชิ้นขุดขึ้นมาจากหลุมศพของราชวงศ์ฮั่นที่หม่าหวังตุย

หลังยุคราชวงศ์ฮั่น การถักทอไหมนับวันยิ่งมากขึ้นและคุณภาพก็ยิ่งดีขึ้น

ราชวงศ์ฮั่นและราชวงศ์ถัง ใช้เส้นทางสายไหมนำผ้าไหมประเทศจีนมายังแถบตะวันตกและทวีปยุโรป ชาวตะวันตกพบเห็นผ้าไหมจีนที่สวยงามเหล่านี้ต่างตกใจสุดขีด

พวกเขาต่างชื่นชมความงามของผ้าไหม ตัวอย่างเช่นคนกรีกโบราณเรียกประเทศจีนว่าประเทศผ้าไหม ตามบันทึกประวัติศาสตร์ตะวันตก จักรพรรดิโรมันซีซ่าร์เคยสวมผ้าคลุมที่ถักจากเส้นไหมไปดูการแสดง โรงละครทั้งโรงเกิดความปั่นป่วน ผู้คนที่ต่างมาเยี่ยมชมโรงละครได้แต่ชื่นชมผ้าคลุมไหมพรมนี้อย่างเดียวโดยลืมเรื่องที่จะมาดูการแสดงเลยทีเดียว

ในอดีตธุรกิจการค้าผ้าไหมประเทศจีนเป็นผู้นำการค้าของโลกตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงขนส่ง ผ้าไหมของจีนมีหลากหลายและการตกแต่งก็ยังค่อนข้างซับซ้อน แต่ทว่าปัจจุบัน เนื่องจากมีปัญหาภายในประเทศและการบุกรุกของคนต่างชาติ ทำให้ธุรกิจการค้าขายผ้าไหมของประเทศจีนลดลง ในขณะเดียวกันประเทศฝรั่งเศส อิตาลี่ ญี่ปุ่นกลายเป็นเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงต้นศตวรรษ ในช่วง 70 ปี ประเทศจีนได้กลายมาเป็นผู้ผลิตผ้าไหมอันดับหนึ่งอีกครั้ง เงื่อนไขของสภาวะธรรมชาติเป็นผลประโยชน์อย่างมากของประเทศจีน ในภาคใต้มีพื้นที่ต้นมัลเบอร์รี่เพื่อเอามาเลี้ยงหนอนไหม ในภาคเหนือมีหนอนไหมจำนวนมาก ตอนนี้ ประเทศจีนผลิตไหมดิบเพียง 60%ของโลก การค้าส่งออกไหมดิบเป็นจำนวน 90%ของโลก การค้าส่งออกไหมและซาตินเป็นจำนวน 50%ของโลก

พอถึง ปี 1992 เป็นต้นมา เมืองอื่นๆและเมืองที่ปกครองโดยรัฐบาลกลางในประเทศจีนล้วนทำธุรกิจการค้าผ้าไหมยกเว้น เมืองชิงไฮ่ ทิเบตนอก

ตอนนี้ตลาดการส่งออกของผ้าไหมดิบ ผ้าไหมและซาติน เสื้อผ้าที่เป็นผ้าไหมขยายไปพื้นที่ในประเทศถึง 102 ที่โดยใช้เส้นทางสายไหมโบราณขยายทั่วทุกมุมโลก

ที่มา :韩鉴堂. (2004). 中国文化. 北京:北京语言大学出版社.

แปลโดย เฟนนี่