Krukay Chinese

เรียนรู้ภาษาจีน เรียนรู้วัฒนธรรม


“ความลับแห่งการมีอายุยืนของ ซุน ซือเหมี่ยว”

1454058731422372

“ความลับแห่งการมีอายุยืนของ ซุน ซือเหมี่ยว”

ซุน ซือเหมี่ยว เป็นนายแพทย์ผู้มีประสบการณ์มากที่สุดและมีผลงานวิชาการด้านการแพทย์มากมาย เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพเจ้าแห่งวงการแพทย์เนื่องด้วยอายุที่มากกว่า 100 ปี (ค.ศ.581 – ค.ศ.682) และในภายหลังเขาก็ยังได้รับยกย่องเป็น “เทพแห่งยา” อีกด้วย

เพราะสุขภาพของเขาในวัยเด็กของเขาไม่ค่อยแข็งแรง จึงทำให้เขาเลือกศึกษาวิชาการแพทย์ เขามีสติปัญญาที่เฉลียวฉลาด ขยันหมั่นเพียรในการเล่าเรียนหนังสือ ทั้งรอบรู้เรื่องแนวคิดทางปรัชญาที่โด่งดังในสมัยนั้น ทำให้เขาได้เป็นแพทย์ที่เก่งและมีชื่อเสียงตั้งแต่อายุยังไม่มาก สิ่งที่ทำให้เขายิ่งได้รับการยอมรับและยกย่องจากผู้คนมากขึ้นไปอีก คือ แนวทางในการดูแลรักษาสุขภาพของเขา ซึ่งแนวทางของเขาเหล่านั้นส่วนมากก็ได้รับการยืนยันจากการแพทย์ในสมัยปัจจุบันแล้ว ตลอดเวลา 101 ปีของนายซุน ซือเหมี่ยว เขาได้อุทิศทั้งชีวิตเพื่อรักษาคนป่วยและช่วยเหลือผู้พิการ และรวบรวมตำราการแพทย์ในแต่ละยุคสมัยมาผสมผสานเข้ากับประสบการณ์ทางการแพทย์ของเขา เรียบเรียงเป็นหนังสือมากมาย เช่น เชียนจินเย้าฟาง เชียนจินอี้ฟาง เป็นงานเขียนที่นายซุนได้เปรียบเทียบชีวิตและสุขภาพของคนเสมือน “เงินทองและความร่ำรวย” จึงตั้งชื่อหนังสือว่า “เชียนจิน(千金)” นอกจากนี้เขายังมีผลงานที่เกี่ยวกับการแพทย์อีกมากมายที่บรรยายถึงวิธีการดูแลรักษาสุขภาพ ซึ่งได้กลายเป็นสุดยอดมรดกทางวิชาการของการแพทย์จีน

นายซุน แม้ว่ามีอายุเกือบ 100 ปีแล้ว แต่สุขภาพร่างกายยังแข็งแรงและกระฉับกระเฉงเมื่อมีคนมาถามเขาถึงวิธีการที่ทำให้อายุยืนยาว เขาก็จะตอบไปอย่างอารมณ์ดีว่า “ต้องหมั่นขยับแข้งขยับขา ออกกำลังกาย ขึ้นเขาไปหายาสมุนไพร หาหมอตรวจสุขภาพเป็นประจำ ควบคุมอาหารการกิน ทานอาหารช้าๆและเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เยอะเกินไป ล้างมือและแปรงฟันหลังทานอาหาร ไม่นอนอ้าปาก”

นายซุน ซือเหมี่ยว มีเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพของเขาทั้งหมดสามเคล็ดลับ

เคล็ดลับแรก คือ “ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ” ร่างกายของคนเรามีระบบในการฟื้นฟูตัวเอง อย่างไรแล้วเราก็ไม่สามารถฝืนธรรมชาติได้ เพียงแต่ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ โดยเฉพาะคนที่เข้าสู่วัยชรา ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย จิตใจ อุปนิสัย การพูดจาและการเคลื่อนไหวล้วนเปลี่ยนแปลงไป

ในหนังสือ เชียนจินอี้ฟาง มีเนื้อหาเรื่อง “กิจวัตรของผู้สูงอายุ” เขียนไว้อย่างละเอียดว่า ผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปี พลังด้านหยินจะลดลง ทั้งร่างกายและความคิดจะค่อยๆถดถอยลง หลงๆลืมๆ หูไม่ดีตาก็ฝ้าฟาง รู้สึกไม่มีกำลังใจในการดำรงชีวิต หดหู่ ซึมเศร้า การรับรู้รสชาติแย่ลง นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่ายและคาดเดาอารมณ์ได้ยาก ทั้งนี้เขายังเตือนให้ลูกหลานๆ ตระหนักและเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์และร่างกายของผู้สูงอายุ พวกเขาจะหงุดหงิดง่ายเมื่อประสบกับเรื่องที่ไม่สมดั่งใจปรารถนา แต่ถึงอย่างไรก็ตามผู้สูงอายุก็ควรที่จะควบคุมอารมณ์โกรธและความคิดไม่ให้มีมากจนเกินไป เพราะจะทำให้ร่างกายอ่อนแอ เกิดโรคภัยได้ง่ายขึ้น

เคล็ดลับที่สอง คือ “ทานอาหารที่บำรุงร่างกาย” นายซุน ซือเหมี่ยวให้ความสำคัญในเรื่องอาหารการกินอย่างมาก เขาเชื่อว่า ชีวิตของคนเราขึ้นอยู่กับอาหารและอาหารยังสามารถป้องกันโรคภัยได้อีกด้วย โดยเขามีทฤษฎีและแนวทางการปฏิบัติ ที่ว่าอาหารการกินกับการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลมีความสัมพันธ์ต่อกัน เนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายมนุษย์นั้นจะเปลี่ยนแปลงไปตามความต่างของฤดูกาล เราจึงควรกินอาหารให้สอดคล้องไปกับช่วงฤดูกาลนั้นๆ
• ฤดูใบไม้ผลิ ระยะเวลา 72 วัน ลดอาหารรสเปรี้ยวและรสหวาน จะช่วยบรรเทาอารมณ์ที่ไม่คงที่ได้
• ฤดูร้อน ระยะเวลา 72 วัน ลดอาหารรสขมไปเน้นรสเผ็ด ช่วยบำรุงรักษาโรคเกี่ยวกับปอด
• ฤดูใบไม้ร่วง ระยะเวลา 72 วัน ลดอาหารรสเปรี้ยวไปเน้นรสหวาน ช่วยบำรุงรักษาโรคตีบ
• ฤดูใบไม้หนาว ระยะเวลา 72 วัน ลดอาหารรสเค็มไปเน้นรสขม ช่วยบำรุงรักษาโรคหัวใจ
• ในทุกๆช่วงเวลาระหว่างเปลี่ยนแต่ละฤดูกาล ลดอาหารรสหวานไปเน้นรสเค็ม ช่วยบำรุงรักษาโรคไต

นอกจากนี้ ให้ทานอาหารที่รสชาติอ่อนๆ เคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน ทานอาหารให้ตรงเวลาและทานในปริมาณที่พอเหมาะพอดี ไม่ทานเยอะจนเกินไป ตอนเช้าทานเพียงข้าวต้มหนึ่งถ้วย ไม่ดื่มแอลกอฮอล์จนเมา หลังทานข้าวเสร็จให้เดินย่อยอาหาร พลางใช้มือกดนวดบริเวณท้อง จะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยของลำไส้ กระตุ้นการดูดซึมสารอาหาร การทานอาหารให้ตรงเวลา จะไม่ส่งผลเสียต่อกระเพาะอาหาร ทำให้เลือดลมไหลเวียนดี สวนในคนสูงอายุผนังกระเพาะและลำไส้จะบาง ทำให้ดูดซึมอาหารได้ไม่ค่อยดี ไม่ค่อยจะอยากอาหาร ดังนั้นเมื่อหิวให้หาอะไรทานทันที เลี่ยงรสชาติจัดและเลี่ยน ลดอาหารจำพวกเนื้อสัตว์
เขายังแนะนำอาหารที่เหมาะสมกับคนสูงอายุและสามารถทานได้เป็นประจำ อย่างเช่น นม
น้ำผึ้ง งาดำ ฝูหลิง(โป่งรากสน) ฮ่วยซัว(มันเทศจีน) เม็ดบัว เป็นต้น และเน้นย้ำว่าไม่ควรดื่ม
แอลกอฮอล์ที่เข้มข้นจนเกินไป เพราะจะทำลายระบบประสาททั้งยังทำให้อายุสั้นลงอีกด้วย
เพราะศึกษาและดำเนินชีวิตตามหนทางแห่งสุขภาพ ทำให้เขาจากเด็กที่เจ็บป่วยเป็นประจำกลับกลายเป็นคนสูงอายุที่มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

เคล็ดลับที่สาม เขาเน้นย้ำมากในเรื่องการออกกำลัง เพราะจะช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง กระตุ้นการทำงานของเมตาบอลิซึ่ม ทำให้เข้าสู่วัยชราช้าลง เขาแนะนำให้ผู้สูงอายุออกกำลังกายที่ไม่เหนื่อยจนเกินไป เช่น การเดิน อย่างตัวของเขาเองทุกวันจะต้องทำกิจกรรม 3 ประเภท อย่างแรกคือ ฝึกวิชามวยที่เขาคิดค้นขึ้นเอง วันละ 2 รอบ และเพื่อให้บรรลุผล ก็จะต้องรวบรวมสมาธิอย่างดี และทำเพียงลำพัง อย่างที่สอง คือ นวดสกัดจุด 1 รอบ โดยต้องกดนวดให้ครบทุกจุดของร่างกาย สามคือ ฝึกกำลังภายใน 1 รอบ ต้องผสานสมาธิ จิตใจ และท่วงท่าเข้าไว้ด้วยกัน ถึงแม้ในบางวันสภาพอากาศจะไม่เอื้ออำนวยแต่ เขากลับสามารถทำเช่นนี้ทุกวันเป็นประจำตลอด 90 ปี ไม่เคยขาดแม้แต่วันเดียว นอกจากนี้เขายังบอกเคล็ดลับสุขภาพเรื่องอารมณ์และความปราถนาของคนอีก 12 ข้อ คือ ให้ครุ่นคิดให้น้อย คิดถึงให้น้อย ทำกิจการให้น้อย พูดให้น้อย ยิ้มให้น้อย กังวลให้น้อย มีความสุขให้น้อย ดีอกดีใจให้น้อย คิดดีให้น้อย คิดเลวให้น้อย ปรารถนาให้น้อย โกรธให้น้อย นายซุน ซือเหมี่ยวกล่าวว่า แม้ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถละเว้นได้ ขอเพียงแค่ลดลง ควบคุมไม่ให้มีมากเกินไปก็เพียงพอ

ที่มา : “孙思邈高寿奥秘.” 寿文化, 180-182. 北京 : 人民日报出版社, 1992
แปลโดย : เจ้าโง่ะ