Krukay Chinese

เรียนรู้ภาษาจีน เรียนรู้วัฒนธรรม


หมู่ตันถิง

汤显祖的代表作 汤显祖的《牡丹亭》讲了什么
牡丹亭
汤显祖是中国明代戏曲作家的集大成者,也是明代最出名的文学家之一。《牡丹亭》是汤显祖最重要的作品,除此之外还有“临川四梦”等作品。
汤显祖代表作
戏曲代表作有《牡丹亭》,作品《还魂记》、《紫钗记》、《南柯记》和《邯郸记》合称“临川四梦”,诗文《感事》、《闻都城渴雨,时苦摊税》等,小说《续虞初新志》。
《牡丹亭》又名《牡丹亭还魂记》,过程离奇曲折,可谓是旷世奇缘。
杜丽娘为太守之女,梦中与一书生相会。梦醒,日渐消瘦,一病不起。柳梦梅是一介书生,进京赶考时恰好投宿在杜丽娘死前所住的花园中。二人认出对方是梦中的伴侣,杜丽娘让柳梦梅挖坟助自己复生,柳梦梅让杜丽娘帮自己报讯。后被杜丽娘的老师和父亲发现,棒打鸳鸯。二人将此事告到皇帝面前,皇帝成人之美。杜柳二人有情人终成眷属。
《紫钗记》展现了爱情力量的强大,也揭露了当时官场的黑暗和人心的丑恶。
元宵夜,李益在赏灯时帮霍小玉寻找紫玉钗,二人一见钟情,许下“钗在人在,钗亡人亡”的诺言。李益高中,卢太尉欲招李益为婿,被李益拒绝。卢太尉将李益调去关外,二人惜别。李益所写家书被卢太尉变成休书。小玉遭人讨债典当紫玉钗。李益功成归来得知小玉另找有钱夫婿。小玉被李益拒绝一病不起。之后,黄衫客慷慨相助,两人重逢,真相大白。
《南柯记》阐述了“人生如梦”的主题,梦中的得失荣辱回归现实只是虚无缥缈。
淳于棼武艺高强却因酒失职。在参加盂兰大会时偶遇蝼蚁仙人,仙人见其风姿绰约,邀其入槐安国。淳于棼在国内封为额驸,派到南柯治理政事。被召回朝后,结交权贵,淫乱仙人。国王听人进谏,令淳回故里。淳于棼醒来,之前发生的事情皆为梦境。按梦所述,去到槐树下察看导致蝼蚁遭受灭顶之灾。淳于棼惊觉四大皆空,立地成佛。
汤显祖的牡丹亭讲了什么
汤显祖是明代有名的戏剧家。他自幼才华横溢,进家塾、写诗、中举人,可惜之后仕途坎坷。不过官家不幸诗家幸,一部戏剧《牡丹亭》造就了他的艺术巅峰。
《牡丹亭》又名《牡丹亭还魂记》,是汤显祖“临川四梦”中的一部。《牡丹亭》围绕杜丽娘和柳梦梅为主人公展开爱情故事,过程离奇曲折,可谓是旷世奇缘。
杜丽娘原是太守之女,有权有势,为人十分向往自由,充满生气。游园时的春景让她伤春,感觉自己的一腔愁绪无处排解。梦中,杜丽娘与一书生相会,偷尝到爱情的乐趣。梦醒,现实的无情让她感受到生活的无趣,日渐消瘦,一病不起。临死前嘱咐母亲葬于梅树下。柳梦梅是一介书生,进京赶考时恰好投宿在杜丽娘死前所住的花园中。二人认出对方是梦中的伴侣,再次幽会。杜丽娘让柳梦梅挖坟助自己复生,柳梦梅让杜丽娘帮自己报讯,却被杜丽娘的老师和父亲发现,棒打鸳鸯。二人将此事告到皇帝面前,皇帝成人之美。杜柳二人有情人终成眷属。
《牡丹亭》具有浪漫主义色彩,情节跌宕起伏,扣人心弦。剧中刻画人物十分传神、立体,不仅形态上全面,在人物内心世界也是全方面展示。通篇辞藻华丽,不少词句流传至今,朗朗上口。歌曲《在梅边》也引用不少《牡丹亭》的词句。真可以称得上是中国经典古典戏剧。

ผลงานชิ้นเอกของทังเสียนจู่ “หมู่ตันถิง” ของทังเสียนจู่ กล่าวถึงอะไร
หมู่ตันถิง
ทังเสียนจู่ เป็นปรมาจารย์ของนักประพันธ์อุปรากรจีนสมัยราชวงศ์หมิง และยังเป็นนักวรรณคดีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งในสมัยราชวงศ์หมิง “หมู่ตันถิง” เป็นผลงานชิ้นสำคัญที่สุดของทังเสียนจู่ นอกจากนี้ยังมีผลงานเรื่องอื่น ๆ อีก เช่น “หลินชวันซื่อเมิ่ง”
ผลงานชิ้นเอกของทังเสียนจู่
ผลงานอุปรากรชิ้นเอกเรื่อง “หมู่ตันถิง” ผลงานเรื่อง “หฺวันหุนจี้” “จื่อไชจี้” “หนันเคอจี้” และ “หันตันจี้” ซึ่งรวมเรียกว่า “หลินชวันซื่อเมิ่ง” บทกวี “กั่นชื่อ” “เหวินตูเฉิงเขอยฺหวี่ ฉือขู่ทันชุ่ย” นิยายเรื่อง “ซวี่ยฺหวีชูซินจื้อ”
“หมู่ตันถิง” เรียกอีกชื่อว่า “หมู่ตันถิงหฺวันหุนจี้” มีทิศทางการดำเนินเรื่องที่แปลกประหลาดและซับซ้อน อาจเรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวความรักโรแมนติกยอดเยี่ยมแห่งยุค
ตู้ลี่เหนียงเป็นบุตรสาวของเจ้าเมือง ได้พบกับบัณฑิตคนหนึ่งในฝัน เมื่อตื่นขึ้นมา นับวันก็ซูบผอมลงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งล้มป่วยและสิ้นใจไป หลิ่วเมิ่งเหมย์เป็นบัณฑิตคนหนึ่ง เมื่อตอนที่เดินทางไปสอบเข้ารับราชการเป็นขุนนางที่เมืองหลวงบังเอิญไปพักแรมอยู่ที่กลางสวนดอกไม้ที่ตู้ลี่เหนียงเคยอยู่ก่อนตายพอดี ทั้งสองจำได้ว่าอีกฝ่ายคือเนื้อคู่ที่เจอกันในฝัน ตู้ลี่เหนียงให้หลิ่วเมิ่งเหมย์ขุดสุสานเพื่อจะคืนชีพให้ตัวเอง หลิ่วเมิ่งเหมย์ให้ตู้ลี่เหนียงส่งข่าวการฟื้นคืนชีพของนาง หลังจากที่อาจารย์และบิดาของตู้ลี่เหนียงทราบเรื่อง ก็ตัดความสัมพันธ์ของทั้งสอง ทั้งสองนำเรื่องนี้ไปกราบทูลต่อหน้าฮ่องเต้ ฮ่องเต้ก็ช่วยเหลือทั้งสองให้ได้สมปรารถนา ตู้ลี่เหนียงและหลิ่วเมิ่งเหมย์จึงได้ครองรักกันอย่างมีความสุข
“จื่อไชจี้” เผยให้เห็นอำนาจของพลังแห่งความรัก และยังเปิดเผยถึงความมืดมนในวงราชการและความชั่วร้ายของจิตใจคนในยุคนั้น
คืนวันเทศกาลยฺเหวียนเซียว ขณะที่หลี่อี้กำลังชมโคมไฟอยู่นั้น ได้ช่วยฮั่วเสี่ยวยฺวี่หาปิ่นปักผมหยกสีม่วง ทั้งสองตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกพบ และให้คำสัญญาแก่กันไว้ว่า “ปิ่นอยู่คนอยู่ ปิ่นหายคนหาย” เมื่อหลี่อี้สอบเข้ารับราชการผ่าน ก็มีเสนาบดีหลูบอกว่าอยากได้หลี่อี้ไปเป็นลูกเขย แต่หลี่อี้ปฏิเสธ เสนาบดีหลูจึงย้ายหลี่อี้ไปประจำการที่นอกเมือง ทั้งหลี่อี้และฮั่วเสี่ยวยฺวี่ต่างอาลัยต่อกัน เสนาบดีหลูเปลี่ยนจดหมายของหลี่อี้ให้กลายเป็นจดหมายบอกเลิก เสี่ยวยฺวี่ถูกทวงหนี้จึงนำปิ่นปักผมหยกสีม่วงนั้นไปจำนำ เมื่อหลี่อี้กลับมาก็พบว่าเสี่ยวยฺวี่แต่งงานกับชายฐานะดีคนอื่นไปแล้ว เสี่ยวยฺวี่อาลัยถึงหลี่อี้จนป่วยหนัก หลังจากนั้น หฺวังชันเค่อได้ช่วยเหลือทั้งสองด้วยความเมตตา ทั้งสองจึงได้พบกันอีกครั้ง และความจริงก็ถูกเปิดเผย
“หนันเคอจี้” กล่าวถึงสาระสำคัญของ “ชีวิตเป็นแค่ความฝัน” การได้รับและการสูญเสีย ความมีเกียรติและความอัปยศในฝัน เมื่อกลับมาสู่ความเป็นจริงก็เป็นแค่เพียงเรื่องมายา
ชุนยฺหวีเฝินผู้ชำนาญด้านศิลปะการป้องกันตัว แต่กลับต้องเสียหน้าที่การงานไปเพราะสุรา ตอนที่เข้าร่วมเทศกาลยฺหวีหลันได้บังเอิญพบกับนางพญามด นางพญามดเมื่อได้เจอชายหนุ่มรูปงามอย่างชุนยฺหวีเฝิน ก็ชักชวนให้เดินทางไปยังอาณาจักรไหฺวอัน ชุนยฺหวีเฟินแต่งงานกับนางพญามดที่อาณาจักรนั้น และได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครองเมืองหนันเคอ แต่เมื่อถูกเรียกตัวกลับ ก็ไปคบค้าสมาคมกับขุนนางผู้มีอำนาจ และหมกมุ่นอยู่ในโลกีย์ เมื่อพระราชาได้รับคำร้องเรียนจากประชาชน จึงสั่งให้ชุนยฺหวีเฝินกลับไปยังบ้านเกิดเดิมของตนเสีย ชุนยฺหวีเฝินตื่นขึ้นมา พบว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดก่อนหน้านั้นเป็นเพียงความฝัน และจากความฝันนั้น เขาสังเกตเห็นรังมดใต้ต้นไหฺวถูกน้ำพัดทำลายไปหมด ชุนยฺหวีเฝินจึงตระหนักได้ว่าสรรพสิ่งบนโลกล้วนเป็นภาพมายาทั้งสิ้น และมีใจศรัทธาในพุทธศาสนาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
“หมู่ตันถิง” ของทังเสียนจู่ กล่าวถึงอะไร
ทังเสียนจู่เป็นนักประพันธ์อุปรากรจีนที่มีชื่อเสียงในสมัยราชวงศ์หมิง เขาเป็นคนฉลาดปราดเปรื่องมาตั้งแต่เด็ก เข้ารับการศึกษาจากที่บ้าน แต่งบทกวี และผ่านการสอบเข้ารับราชการระดับท้องถิ่น น่าเสียดายที่ภายหลังจากนั้นหนทางชีวิตการเป็นขุนนางไม่ค่อยราบรื่น แม้จะโชคร้ายกับชีวิตขุนนางแต่สำหรับชีวิตการเป็นกวีกลับโชคดี บทละครเรื่อง “หมู่ตันถิง” ประสบความสำเร็จและได้กลายมาเป็นผลงานชิ้นเอกของเขา
“หมู่ตันถิง” เรียกอีกชื่อว่า “หมู่ตันถิงหฺวันหุนจี้” เป็นส่วนหนึ่งของผลงานเรื่อง “หลินชวันซื่อเมิ่ง” “หมู่ตันถิง” กล่าวถึงเรื่องราวความรักของตัวละครเอกตู้ลี่เหนียงและหลิ่วเมิ่งเหมย์ ทิศทางการดำเนินเรื่องที่แปลกประหลาดและซับซ้อน อาจเรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวความรักโรแมนติกยอดเยี่ยมแห่งยุค
ตู้ลี่เหนียงเดิมเป็นบุตรสาวของเจ้าเมือง มีอำนาจและมีอิทธิพลมาก หวังที่จะใช้ชีวิตอย่างอิสระและมีชีวิตชีวา ทิวทัศน์ขณะเดินชมสวนในฤดูใบไม้ผลิทำให้ตู้ลี่เหนียงเศร้าโศก รู้สึกว่าความทุกข์ตนเองไม่มีทางผ่อนคลายลงได้ ตู้ลี่เหนียงได้พบกับบัณฑิตคนหนึ่งในฝัน และได้ลิ้มรสของความเบิกบานใจเมื่อมีความรัก เมื่อตื่นขึ้นมา ความโหดร้ายในโลกความเป็นจริงทำให้ตู้ลี่เหนียงรับรู้ถึงความจืดชืดของชีวิต นับวันก็ซูบผอมลงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งล้มป่วยและสิ้นใจไป ก่อนตายตู้ลี่เหนียงได้สั่งเสียกับมารดาไว้ว่าให้ฝังศพของนางไว้ใต้ต้นบ๊วย หลิ่วเมิ่งเหมย์เป็นบัณฑิตคนหนึ่ง เมื่อตอนที่เดินทางไปสอบเข้ารับราชการเป็นขุนนางที่เมืองหลวงบังเอิญไปพักแรมอยู่ที่กลางสวนดอกไม้ที่ตู้ลี่เหนียงเคยอยู่ก่อนตายพอดี ทั้งสองจำได้ว่าอีกฝ่ายเป็นเนื้อคู่ที่เจอกันในฝัน และได้นัดพบกันอีกครั้ง ตู้ลี่เหนียงให้หลิ่วเมิ่งเหมย์ขุดสุสานเพื่อจะคืนชีพให้ตัวเอง หลิ่วเมิ่งเหมย์ให้ตู้ลี่เหนียงส่งข่าวการฟื้นคืนชีพของนาง แต่หลังจากที่อาจารย์และบิดาของตู้ลี่เหนียงทราบเรื่อง ก็ตัดความสัมพันธ์ของทั้งสอง ทั้งสองนำเรื่องนี้ไปกราบทูลต่อหน้าฮ่องเต้ ฮ่องเต้ก็ให้การช่วยเหลือทั้งสองให้ได้สมปรารถนา ตู้ลี่เหนียงและหลิ่วเมิ่งเหมย์จึงได้ครองรักกันอย่างมีความสุข
“หมู่ตันถิง” มีสีสันของความโรแมนติก โครงเรื่องมีลีลาขึ้น ๆ ลง ๆ เร้าอารมณ์ บทละครพรรณนาถึงตัวละครได้อย่างแจ่มชัดและสมจริง ไม่เพียงแค่บรรยายถึงรูปร่างลักษณะภายนอก แต่ยังเผยให้เห็นความรู้สึกนึกคิดภายในจิตใจของตัวละครด้วย เมื่อได้เชยชมสำนวนโวหารที่งดงามเช่นนี้แล้ว คำและประโยคจำนวนไม่น้อยก็ได้ถูกเล่าสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันจนกลายเป็นวลีติดปาก เพลง “ไจ้เหมย์เปียน” ก็มีเนื้อเพลงหลายท่อนที่อิงมาจากเรื่อง “หมู่ตันถิง” นับได้ว่าเรื่อง “หมู่ตันถิง” นี้เป็นคัมภีร์ของบทละครคลาสสิคของจีนเลยทีเดียว

ที่มาบทความ: http://www.todayonhistory.com/people/201703/24214.html