Krukay Chinese

เรียนรู้ภาษาจีน เรียนรู้วัฒนธรรม


ตะเกียบ

ตะเกียบ

华人用了三千年的筷子,到底是谁发明的?为什么叫”筷子“?

世界上最多人使用的餐具是什么?虽然没有正式的统计过,但是如果照国家民族的人口比例来说,“筷子”恐怕是世界上最多人使用的餐具了。现代使用筷子的国家除了中国、日本、南北韩外,还有东南亚国家越南、新加坡、马来西亚。粗略计算,世界上使用筷子的人口加起来大概有个二十亿人左右吧。当然,用手吃饭的印度、非洲和中东人口也不少,但是手,该不能算是餐具吧?

筷子,不但是现代最多人使用的餐具,也是历史最悠久的餐具。有传说说筷子是从大禹治水时代开始的,那至少是四千年前的事情,就算只看正式史料,筷子的历史也要从殷商时代开始算起,那至少三千年的时间了。而西方的刀叉餐具,也就是公元十六世纪左右才开始流行起来的东西,和筷子整整相差了两千多年的时间。筷子也是文化特色最丰富的餐具,刀、叉、匙,其实并不是在欧洲历史上才看到的东西,在东方,很多民族都经过使用刀、叉、匙的过程。但是筷子,则是中国文化的特别产物。日、韩和越南用筷子的习惯,都是从中国传承过来的。

“筷子”的由来

华人天天用筷子吃饭,但是筷子是怎么来的?谁发明的?老实说,小编也不知道。因为史料上虽然记载了筷子是从殷商时代开始有的,但是却没有记载确确实实的时间,也没有记载到底是谁发明或者推广了筷子的使用。虽然有传说大禹创造筷子,或者妲己创造筷子,但这些都只是神话传说,不是真正的史料,准确性不高。

远在殷商时代,筷子并不叫筷子,而叫做“箸”。汉唐时代,筷子又叫做“筋”。“筷子”的叫法,是从明清时代的南方水乡人那儿开始的。因为“箸”跟“住”同音,水上人家生活靠的是行船,行船最怕停住不前,所以就把“箸”改称“快”,又因为筷子是竹子做的,就在“快”子上加个竹字头,变成了“筷”。

华人使用筷子的意义

筷子对华人来说,是重要的吃饭家伙,而经过三四千年的历史,华人对筷子可说是感情深厚,除了吃饭,也有很多其他的意义。华人结婚时,新娘的嫁妆里面,就要有一副碗筷。而婚礼上,也很流行赠送来宾筷子。因为筷子必然成双成对,有祝愿来宾“成双成对”、“快快生子”的好意头。除了婚礼,华人传统丧礼上,也有给死者的儿孙发上一对碗筷的习俗,意喻兄弟以后要各自成家,各自努力的意思。华人祭拜先人的时候,也会用筷子插在饭碗上作为祭品。所以餐桌上的筷子千万不能够竖插在碗上,那是诅咒人死亡的意思。

华人对使用筷子的礼节也很讲究,比如说不能够用筷子指向他人、不能够用不同长短的筷子等等,有诸多的禁忌。但是简单来说,我们使用筷子的时候,要注意下面几点,基本上就算是做到礼节了:
一. 怎么放?——筷子要放在碗旁,如果有筷架,要放在筷架上,而且要平行并排,不能够交叉放。如果放在碗上,那就表示你吃饱了,不要再吃了。当然也不能够将筷子竖插在饭碗上。
二. 怎么用?——筷子必须成双成对,不能单用一支。筷子只用来夹起菜,放食物进嘴里,除此之外,不能用来叉、刺、或者分撕肉类。现在餐馆里物资齐全,跟侍应生要个叉子、刀子,肯定要得到。当然也不要用来指向他人,或者做吃饭以外的用途,比如说挑牙齿
三. 安静的用——筷子不能够与其他任何的餐具碰撞出声,也不可以用来跟自己的嘴巴发出声响(比如说吸吮、或者敲击牙齿)。

คนจีนใช้ตะเกียบมา 3000 ปีแล้ว แท้จริงใครเป็นผู้ประดิษฐ์? ทำไมในภาษาจีนถึงเรียกตะเกียบว่า “ไคว่จื่อ” ?

อุปกรณ์รับประทานอาหารที่คนใช้มากที่สุดในโลกคืออะไร? แม้ว่าจะไม่มีการเก็บสถิติอย่างเป็นทางการ แต่ถ้าพิจารณาตามอัตราส่วนประชากรโลก “ตะเกียบ”น่าจะเป็นอุปกรณ์รับประทานอาหารที่คนใช้มากที่สุดในโลกเลยทีเดียว ในปัจจุบันประเทศที่ใช้ตะเกียบนอกจากประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และเกาหลีเหนือแล้ว ยังมีประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเวียดนาม สิงคโปร์และมาเลเซียด้วย เมื่อคำนวนอย่างคร่าว ๆ พบว่าประชากรโลกที่ใช้ตะเกียบน่าจะมีประมาณสองพันล้านคน แน่นอนว่าประชากรในประเทศอินเดีย แอฟริกาและตะวันออกกลางที่ใช้มือรับประทานอาหารก็มีจำนวนไม่น้อย แต่ว่ามือก็ไม่ควรจะนับเป็นอุปกรณ์รับประทานอาหารใช่ไหม?

ตะเกียบไม่เพียงแต่เป็นอุปกรณ์รับประทานอาหารที่คนใช้มากที่สุดในปัจจุบัน แต่ยังเป็นอุปกรณ์รับประทานอาหารที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดด้วย มีตำนานว่าตะเกียบเริ่มมีมาตั้งแต่ช่วงต้ายฺหวี่แก้ปัญหาน้ำท่วมซึ่งเป็นเรื่องอย่างน้อยเมื่อ 4000 ปีก่อน แต่ถ้าจะดูจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เพียงอย่างเดียว ความเป็นมาของตะเกียบก็ต้องถือว่าเริ่มต้นจากช่วงสมัยราชวงศ์อินชางซึ่งเป็นช่วงเวลาอย่างน้อย 3000 ปีก่อน แต่มีดกับซ้อมซึ่งเป็นอุปกรณ์รับประทานอาหารของตะวันตกเพิ่งจะเริ่มเป็นที่นิยมในช่วงประมาณศตวรรษที่ 16 ซึ่งมีช่วงเวลาห่างจากตะเกียบ 2000 กว่าปีเต็ม ๆ ตะเกียบยังเป็นอุปกรณ์รับประทานอาหารที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมมากที่สุด มีด ส้อมและช้อนจริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นอุปกรณ์ที่พบได้ในประวัติศาสตร์ของยุโรปเท่านั้น ในซีกโลกตะวันออกหลายเชื้อชาติก็ล้วนเคยใช้มีด ส้อมและช้อนมาก่อน แต่ตะเกียบก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความพิเศษในวัฒนธรรมจีน วัฒนธรรมการใช้ตะเกียบของประเทศญี่ปุ่น เกาหลีและเวียดนามก็ล้วนรับมาจากประเทศจีนทั้งสิ้น

ที่มาของตะเกียบ
คนจีนใช้ตะเกียบรับประทานอาหารทุกวัน แต่ตะเกียบมีความเป็นมาอย่างไร? ใครเป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้น? จริง ๆ แล้ว ผู้เขียนเองก็ไม่ทราบ เพราะจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์แม้ว่าจะบันทึกไว้ว่าเริ่มมีตะเกียบตั้งแต่สมัยราชวงศ์อินชาง แต่กลับไม่มีบันทึกช่วงเวลาที่แน่นอน และไม่มีบันทึกด้วยว่าใครเป็นผู้ประดิษฐ์หรือเผยแพร่การใช้ตะเกียบ แม้จะมีตำนานต้ายฺหวี่ประดิษฐ์ตะเกียบหรือพระสนมต๋าจี่ประดิษฐ์ตะเกียบ แต่เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงตำนานที่เล่าต่อกันมา ไม่ใช่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ จึงมีความแม่นยำต่ำ
ย้อนกลับไปสมัยราชวงศ์อินชาง ตะเกียบในภาษาจีนไม่ได้เรียกว่าไคว่จื่อ แต่เรียกว่า “จู้” ในสมัยราชวงศ์ฮั่นและถังตะเกียบเรียกว่า “จิน” การเรียกว่าตะเกียบว่าไคว่จื่อมีจุดเริ่มต้นมาจากชาวเรือที่อยู่ทางใต้ในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง เพราะว่า “จู้” ที่แปลว่าตะเกียบ พ้องเสียงกับคำว่า “จู้” ที่แปลว่าหยุดในภาษาจีน ชีวิตของชาวเรือขึ้นอยู่กับการเดินเรือ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในการเดินเรือคือเรือหยุดแล่น ดังนั้นจึงเปลี่ยนคำว่า “จู้” เป็นคำว่า “ไคว่” ที่แปลว่าเร็วในภาษาจีนแทน และเพราะว่าตะเกียบทำจากไม้ไผ่ ดังนั้นจึงเติมขีดตัวอักษรที่หมายถึงไม้ไผ่ลงไปเหนือตัวอักษร “ไคว่” กลายเป็นคำว่า “ไคว่” ที่แปลว่าตะเกียบ

ความหมายที่คนจีนใช้ตะเกียบ
สำหรับคนจีน ตะเกียบเป็นอุปกรณ์รับประทานอาหารที่สำคัญและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน 3000-4000 ปี คนจีนจึงรู้สึกผูกพันกับตะเกียบอย่างมาก นอกจากใช้รับประทานอาหารก็ยังมีความหมายอื่น ๆ อีกมากมาย ตอนที่คนจีนแต่งงาน ในสินสอดของเจ้าสาวก็จะมีชุดถ้วยชามและตะเกียบ และในงานแต่งงานก็นิยมนำตะเกียบมาเป็นของชำร่วยให้แขก เพราะว่าตะเกียบต้องเป็นคู่ ดังนั้นมีความหมายดีคือ “ขอให้อยู่ครองคู่กัน” และ “ขอให้มีลูกชายเร็วๆ” นอกจากงานแต่งงาน คนจีนยังมีธรรมเนียมใช้ตะเกียบในงานศพ ธรรมเนียมมอบถ้วยชามและตะเกียบให้ลูกหลานของผู้ตาย ซึ่งหมายความว่าในภายภาคหน้าพี่น้องต้องแยกกันไปมีครอบครัว ต่างคนต่างต้องมีความขยัน ตอนที่คนจีนไหว้บรรพบุรุษก็ต้องใช้ตะเกียบปักไว้ในชามข้าวเพื่อเป็นการเซ่นไหว้ ดังนั้นตะเกียบที่อยู่บนโต๊ะรับประทานอาหารจึงห้ามปักไว้ในชามข้าวเด็ดขาด เพราะจะหมายถึงแช่งให้ตาย

คนจีนพิถีพิถันต่อมารยาทในการใช้ตะเกียบมาก มีข้อห้ามมากมาย เช่น ห้ามใช้ตะเกียบชี้ไปที่ผู้อื่น ห้ามใช้ตะเกียบที่มีขนาดสั้นยาวไม่เท่ากัน เป็นต้น แต่ถ้าพูดให้ง่ายก็คือ เวลาที่พวกเราใช้ตะเกียบต้องคำนึงถึงสองสามข้อด้านล่างนี้ โดยทั่วไปก็ถือว่ามีมารยาทแล้ว
1. วางอย่างไร ? ต้องตะเกียบวางอยู่ข้างถ้วยชาม ถ้ามีที่รองตะเกียบต้องวางตะเกียบไว้ด้านบนและวางให้ขนานเสมอกัน ห้ามวางไขว้กัน ถ้าวางตะเกียบพาดบนชามข้าวจะหมายความว่าคุณกินอิ่มแล้ว ไม่ต้องการกินอีกแล้ว และแน่นอนว่าห้ามปักตะเกียบไว้ในชามข้าวเด็ดขาด
2. ใช้อย่างไร ? ตะเกียบจะต้องมีสองข้างเป็นคู่ ไม่สามารถใช้ข้างเดียวได้ ตะเกียบใช้เพื่อคีบอาหารขึ้นมาแล้วเอาเข้าปากเท่านั้น นอกเหนือไปจากนี้ก็ไม่ควรนำมาใช้เพื่อแยก จิ้มหรือหั่นแบ่งชิ้นเนื้อ ปัจจุบันนี้ในร้านอาหารมีอุปกรณ์รับประทานอาหารครบครัน หากขอส้อมหรือมีดจากพนักงานก็สามารถหาให้ได้แน่นอน และแน่นอนว่าห้ามใช้ตะเกียบชี้ไปที่คนอื่น หรือใช้ทำอย่างอื่นนอกจากรับประทานอาหาร เช่น แคะฟัน
3. ใช้อย่างเงียบ ๆ คือ ไม่ควรนำตะเกียบไปกระทบกับอุปกรณ์รับประทานอาหารอื่นใดก็ตามให้เกิดเสียง และก็ห้ามใช้กับปากของตัวเองให้มีเสียงออกมาด้วย (เช่น ดูด หรือเคาะฟัน)

ที่มา https://cultureguru.my/blog/华人用了三千年的筷子,到底是谁发明的?为/