Krukay Chinese

เรียนรู้ภาษาจีน เรียนรู้วัฒนธรรม


เพราะอะไรต้ายฺหวี่ผู้แก้น้ำท่วมถึงผ่านหน้าบ้านสามครั้งแต่ไม่เข้า ? แท้จริงไม่ใช่เพราะไม่มีเวลา

大禹治水为什么三过家门而不入?真相并非是没时间

​上古时期洪水肆虐,大禹接受帝舜的任命前去治水。由于灾情紧急,所以大禹每天夜以继日地工作。期间他有三次路过自己的家门口,但却没有进去探望家人。对于大部分中国人来说,这个“大禹治水”以及他“三过家门而不入”的故事早已被大家所熟知。这个故事很有正能量,倡导大家在工作中要学习大禹的献身精神,具备责任心和主人翁意识。不过,根据《史记》中的记载,大禹之所以“三过家门而不入”真相并非是没时间,而是另有隐情。

​《史记·夏本纪》中写道:“当帝尧之时,鸿水滔天,浩浩怀山襄陵,下民其忧。尧求能治水者,群臣四岳皆曰鲧可。尧曰:鲧为人负命毁族,不可。四岳曰:等之未有贤於鲧者,原帝试之。於是尧听四岳,用鲧治水。九年而水不息,功用不成。於是帝尧乃求人,更得舜。舜登用,摄行天子之政,巡狩。行视鲧之治水无状,乃殛鲧於羽山以死。天下皆以舜之诛为是。於是舜举鲧子禹,而使续鲧之业。”这段记载的意思是说:帝尧时期,洪水肆虐。大家推荐让有崇部落首领鲧前去治水。结果鲧折腾了九年时间,治水行动却以失败告终。舜继承了尧的帝位后,到地方去巡视,看到鲧在治水方面没有取得成果,于是对其进行问责,命人将鲧诛杀于羽山。之后,舜又任命鲧的儿子禹承袭父业,继续治理洪水。杀其父而用其子,由此可见舜对大禹的德行和能力都是非常看好的。

​禹在接受了任命后,立即马不停蹄地投入到工作中去。接下来就是我们大家所熟知的那个“大禹治水”的故事了。不过,这里面有一段却道出了大禹“三过家门而不入”的真相。《史记·夏本纪》中写道:“禹伤先人父鲧功之不成受诛,乃劳身焦思,居外十三年,过家门不敢入。”在我们的印象中,大禹是因为工作忙碌,所以即便路过家门口也没时间进去和家人团聚一下。但太史公司马迁在对这件事情的描写上用了“不敢入”这三个字,却让我们看到了事情的另一面。

​上面已经提到过,大禹的父亲鲧是因为治水失败遭到问责而被诛杀的。大禹虽然又被委以重任前去治水,但他作为罪人之子,自然是诚惶诚恐。所以,大禹不仅在工作方面全力以赴,在为人处世方面也小心翼翼。他在负责治水的十三年时间里,虽然数次因工作原因路过家门口,但却不敢进去和家人团聚,深怕给其他人落下话柄。

最终,大禹花费十三年时间,耗尽心力,终于完成了治水大业。大禹也因此声名鹊起,得到了天下人的拥护和爱戴。

​在以往的印象中,大禹“三过家门而不入”的精神虽然可歌可泣,但总感觉不近人情,甚至有点夸大其词。但从《史记》的记载来看,大禹不进家门的原因并非是不想入、不能入,而是不敢入。虽然这样的描述并没有传说故事中那么正能量,但这样却让我们看到一个更加真情实感、有血有肉的大禹,而不是一个被理想化了的大禹

เพราะอะไรต้ายฺหวี่ผู้แก้น้ำท่วมถึงผ่านหน้าบ้านสามครั้งแต่ไม่เข้า ? แท้จริงไม่ใช่เพราะไม่มีเวลา

​ในสมัยโบราณมีน้ำท่วมใหญ่สร้างความเสียหายมหาศาล ต้ายฺหวี่ได้รับคำสั่งจากจักรพรรดิชุ่น ให้ไปแก้ปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากความเสียหายจากภัยดังกล่าวเข้าขั้นวิกฤต ทุกวันต้ายฺหวี่จึงทำงานไม่หยุดหย่อน ในช่วงนั้นเขาได้ผ่านหน้าบ้านของตนถึงสามครั้ง แต่กลับไม่เข้าไปหาครอบครัว เมื่อพูดถึงคนจีนส่วนใหญ่ หลายคนคุ้นเคยกันดีกับเรื่องเล่า “ต้ายฺหวี่แก้น้ำท่วม” รวมถึงเรื่องที่เขา “ผ่านบ้านสามครั้งแต่ไม่เข้า” เรื่องเล่านี้เต็มไปด้วยพลังบวกมากมาย ชี้แนะทุกคนว่าเวลาทำงานต้องเรียนรู้ที่จะอุทิศให้งานแบบต้ายฺหวี่ มีความรับผิดชอบและความตระหนักในการเป็นผู้นำ แต่ทว่าเมื่ออ้างอิงจากสิ่งที่มีการบันทึกไว้ในฉื่อจี้ สาเหตุที่ต้ายฺหวี่ “ผ่านบ้านสามครั้งแต่ไม่เข้า” แท้จริงแล้วไม่ใช่เพราะไม่มีเวลา แต่ยังมีเรื่องอื่นที่ปิดบังไว้อยู่

​ใน ฉื่อจี้ บทบันทึกราชวงศ์เซี่ย เขียนไว้ว่า ” สมัยจักรพรรดิเหยา เกิดน้ำท่วมใหญ่ น้ำไหลเชี่ยวล้อมทั่วทั้งเนินเขา ประชาชนวิตก จักรพรรดิเหยาหาผู้มาแก้ไข บรรดาขุนนางจากสี่หุบเขาต่างก็บอกว่า กุ่น ทำได้ จักรพรรดิเหยาตรัสว่า กุ่นแก้ไขไม่สำเร็จ ประชาชนจึงต้องเจออันตรายจากภัยพิบัติ ขุนนางจากสี่หุบเขากล่าว ไม่มีใครจะเก่งไปกว่ากุ่นอีกแล้ว จักรพรรดิเหยาได้ฟังดังนั้นก็ให้กุ่นไปแก้ปัญหาน้ำท่วม ผ่านไป 9ปีน้ำยังสูงขึ้น ทำไม่สำเร็จ จักรพรรดิเหยายังหาคนแก้ไข เปลี่ยนเป็นชุ่น ชุ่นขึ้นมาเป็นปกครองในฐานะโอรสสวรรค์ สอดส่องดูแลบ้านเมือง เห็นว่ากุ่นแก้น้ำท่วมไม่เข้าที จึงฆ่าเขาที่ภูเขายฺหวี่ชาน ประชาชนต่างก็ว่าจักรพรรดิชุ่นทำถูกต้อง ดังนั้นจักรพรรดิชุ่นยกให้ยฺหวี่บุตรชายของกุ่นรับช่วงทำงานต่อ” ความหมายของบันทึกส่วนนี้คือ ในสมัยจักรพรรดิเหยามีน้ำท่วมใหญ่สร้างความเสียหายมหาศาล ทุกคนเสนอให้ผู้นำที่ได้รับความนับถืออย่างกุ่นเป็นผู้ไปแก้ไขน้ำท่วม แต่ผลลัพธ์คือกุ่นใช้เวลา 9ปีไปอย่างไร้ประโยชน์ การแก้ปัญหาน้ำท่วมล้มเหลวในที่สุด หลังจากที่ชุ่นขึ้นมาดำรงตำแหน่งจักรพรรดิต่อจากจักรพรรดิเหยา จึงไปสำรวจถึงที่ เห็นว่าการแก้ปัญหาน้ำท่วมของกุ่นไม่ได้ผลสำเร็จเลย จึงกล่าวโทษสำหรับเรื่องนี้ สั่งให้คนไปสังหารกุ่นที่ภูเขายฺหวี่ชาน จากนั้นสั่งให้ยฺหวี่ลูกชายของกุ่นรับช่วงต่องานของพ่อ จัดการปัญหาน้ำท่วมต่อไป ฆ่าพ่อแต่ใช้ลูก จากตรงนี้จะเห็นว่าจักรพรรดิชุ่นคาดหวังกับคุณธรรมและความสามารถของต้ายฺหวี่ไว้มาก

​หลังจากต้ายฺหวี่ได้รับคำสั่งก็รีบเร่งทำงานไม่หยุดหย่อน หลังจากนั้นก็เป็นเรื่อง “ต้ายฺหวี่แก้ไขน้ำท่วม” ที่พวกเราคุ้นเคยกันดี แต่ว่าในบทความนี้มีส่วนหนึ่งที่จะกล่าวถึงความจริงของเรื่อง “ผ่านบ้านสามครั้งแต่ไม่เข้า” ใน ฉื่อจี้ บทบันทึกราชวงศ์เซี่ย เขียนไว้ว่า ” บิดาของยฺหวี่ทำไม่สำเร็จถูกลงโทษ เหนื่อยล้ากายใจ ไม่อยู่บ้าน 13ปี ผ่านหน้าบ้านไม่กล้าเข้า” ในความคิดของเราเข้าใจว่า ต้ายฺหวี่ยุ่งกับการทำงาน ทำให้แม้จะได้ผ่านหน้าบ้านของตนแต่ก็ไม่มีเวลาเข้าไปหาครอบครัว แต่ซือหม่าเชียนผู้จดบันทึกประวัติศาสตร์กลับใช้คำว่า “ไม่กล้าเข้า”มาบรรยายเหตุการณ์นี้ 3คำนี้ ทำให้พวกเรามองเห็นอีกมุมหนึ่งของเรื่องราว

​ข้างบนได้มีการกล่าวถึง เรื่องบิดาของต้ายฺหวี่ที่ล้มเหลวในการจัดการน้ำท่วมจึงถูกกล่าวโทษและถูกฆ่าในที่สุด แม้ว่าต้ายฺหวี่จะได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญไปแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ในฐานะที่เขาเป็นลูกของผู้ที่มีความผิด จึงเป็นธรรมดาที่เขาจะทั้งกลัวทั้งเกรง ดังนั้นต้ายฺหวี่ไม่เพียงแต่เต็มที่ในเรื่องการทำงาน แต่ยังระมัดระวังเรื่องกิริยาอย่างมาก ในช่วง 13ปี ที่เขารับผิดชอบงานแก้ไขน้ำท่วม แม้ว่าจะด้วยเหตุผลเรื่องงานที่ทำให้เขาได้ผ่านหน้าบ้านของตนอยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่กล้าเข้าไปหาครอบครัว ลึกๆกลัวว่าจะทำให้คนในครอบครัวถูกเหยียดหยาม

​สุดท้าย ต้ายฺหวี่ใช้เวลา 13ปี ทุ่มแรงใจทั้งหมด ในที่สุดก็สามารถจบภารกิจแก้ไขน้ำท่วมได้ ด้วยเหตุนี้ต้ายฺหวี่จึงมีชื่อเสียงขึ้นมา ได้รับการสนับสนุนและเป็นที่เคารพรักของคนจีน

​ในความคิดแบบที่มีมาก่อนหน้า ความเข้มข้นของเรื่องต้ายฺหวี่ “ผ่านบ้านสามครั้งแต่ไม่เข้า” แม้ว่าจะเป็นทั้งเรื่องดีและร้าย แต่มักจะรู้สึกว่าไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย ถึงขนาดที่ดูจะกล่าวเกินจริงไป แต่เมื่อมองจากบันทึกฉื่อจี้ เหตุผลที่ต้ายฺหวี่ไม่เข้าบ้านไม่ใช่เพราะไม่อยากเข้า หรือ เข้าไม่ได้ แต่เป็นเพราะไม่กล้าเข้า แม้ว่าการอธิบายแบบนี้จะไม่ได้ให้พลังงานดีๆเหมือนในตำนานเรื่องเล่า แต่การอธิบายแบบนี้กลับทำให้พวกเรามองเห็นเรื่องหนึ่งที่รู้สึกจริงมากกว่า เป็นต้ายฺหวี่ที่มีเลือดมีเนื้อ ไม่ใช่ต้ายฺหวี่ที่ถูกเปลี่ยนโดยอุดมคติ

ที่มาบทความ : https://new.qq.com/omn/20181217/20181217A1J4LB.html