Krukay Chinese

เรียนรู้ภาษาจีน เรียนรู้วัฒนธรรม


跳广场舞

近年来,广场舞在中国大地四处开花。从“茫茫的天涯是我的爱,绵绵的青山脚下花正开…”再到“你是我的小呀小苹果,怎么爱你都不嫌多…”,广场舞加神曲红遍了中国大地,神曲究竟有多红,就像是上面这两句歌词,我想很多人都没办法正常读出来了。

有人说,不是现在的大妈喜欢跳广场舞了,而是当年喜欢跳舞的那群姑娘老了。

上世纪八十年代,在那个物质匮乏的年代,骑着永久牌自行车,扛着双卡录音机、穿着喇叭裤跳舞的是当时青年男女们最喜欢,最潮流的娱乐方式,是青年男女相亲的好场所。也许在今天的我们看来,广场舞动作老套,一点不好看,但对舞者来说,跳舞不仅仅是跳舞,那是他们的青春,这也是为什么广场舞还是会有一些观众,但大多也是她们的同龄人,这也是为什么广场舞的动作大多还停留在上世纪八十年代。

随后,那群喜欢跳舞的年轻姑娘嫁人了,已为人妇的她们不得不操持家务,不得不照顾老人孩子,加之生活压力日渐增大,女人能不得不工作挣钱。生活就这么消磨在一天天的琐碎中,她们再也没有时间跳舞了,在也没有时间去照顾自己的爱好了。

白岩松说过,没有一代人的青春是容易的。每个人都会用自己喜欢的方式缅怀自己的青春,广场舞也是一种缅怀。

在日复一日中,三十年一晃而过,这群人已经年过半百,子女大多已经成家立业,组建了自己的家庭,也不再和父母同住一个屋檐下了。

年老的父母看着空荡荡的屋子,孤独感慢慢袭来,没有子女的欢声笑语,想念子女也只能是报喜不报忧,就像央视公益广告“父亲的谎言”一样。

在广场舞的背后,隐藏着中老年人内心深处的孤独与对外交往、陪伴的渴望。这些老人,大多子女漂泊在外,家里就两个老人或者一个老人,这种家庭间有限的交流根本无法排遣孤独,加之,现代社会人情淡漠,就算同住一个小区,也是谁也不认识谁。人类自古就是群居动物,需要群体的认同和归属感,广场舞的出现恰好提供了一个娱乐平台。

这时候广场舞成了排遣孤独的一种方式,老人们聚集在一起,互话家常,聊聊子女,聊聊年轻时的经历。同时对于“三高”人群的大妈们,这也是一种加强锻炼的方式,跳着舞的时候,大妈们是开心的,她们找到了一个热闹的场所,一个人是孤独的,三两个人也显得无聊,但是一群人聚集起来便是热闹的,热闹的人气可以驱散孤独。

她们想着:只要我们跳的足够快,孤独就追不上我们。他们对年龄的恐惧,其实并只是在于年龄的增长所带来的苍老,更多的恐惧是随着年龄的增长,她们却越发的孤独。

有时我会想,他们这代人老了可以跳广场舞。

那我们这代人老了又会是什么样子呢?

ช่วงไม่กี่ปีมานี้ การเต้นที่จัตุรัสได้รับความนิยมอย่างมากในจีนแผ่นดินใหญ่ ตั้งแต่ “หมางหมางเตอะเทียนย่าชื่อหว่อเตอะอ้าย เหมียนเหมียนเตอะชิงชานเจี่ยวเซี่ยฮัวเจิ้งคาย” (茫茫的天涯是我的爱,绵绵的青山脚下花正开 : เนื้อเพลงจากเพลงซุ่ยเสวี่ยนหมินสูเฟิง《最炫民族风》) จนถึง “หนี่ชื่อหว่อเตอะเสี่ยวยาเสี่ยวผิงกั่ว เสิ่นเมอะอ้ายหนี่โตวปู้เสียนตัว ” (你是我的小呀小苹果,怎么爱你都不嫌多 : เนื้อเพลงจากเพลงเสี่ยวผิงกั่ว《小苹果》) การเต้นที่จัตุรัสกับเพลงดังๆได้รับความนิยมไปทั่วทั้งแผ่นดินจีน เพลงดังๆแท้จริงแล้วดังขนาดไหน ก็เหมือนกับเนื้อเพลงที่เขียนไว้ด้านบนสองท่อน ฉันเชื่อว่าทุกคนไม่สามารถอ่านแบบปกติได้

มีคนกล่าวว่า ไม่ใช่ป้าๆในตอนนี้ที่ชอบเต้น แต่เป็นสาวๆที่ชอบเต้นในตอนนั้นแก่ตัวลง

ในทศวรรษที่1980 ในยุคที่ปัจจัยต่างๆขาดแคลน ขี่จักรยานยี่ห้อหย่งจิ่ว(永久) แบกเครื่องบันทึกเทปแบบสองหัว การสวมกางเกงขาม้าเต้นเป็นสิ่งที่หนุ่มสาวยุคนั้นชอบที่สุดและทันสมัยที่สุดในวิธีสร้างความบันเทิง เป็นสถานที่ดีสำหรับนัดบอดของหนุ่มสาว บางที ในความคิดของพวกเราในวันนี้ ท่าเต้นที่จัตุรัสมันเชย ไม่สวยเลยสักนิด แต่สำหรับคนเต้น การเต้นไม่ได้เป็นเพียงการเต้นเท่านั้น นั่นเป็นวัยหนุ่มสาวของพวกเขาด้วย นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ยังมีผู้ชมมาดูการเต้นที่จัตุรัสอยู่ แต่ผู้ชมเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็เป็นคนวัยเดียวกันกับพวกเธอ นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ท่าเต้นส่วนใหญ่หยุดอยู่ที่ทศวรรษที่1980

ต่อมาไม่นาน เหล่าหญิงสาวที่ชอบเต้นนั้นก็แต่งงานไป เมื่อเป็นภรรยาแล้วก็ต้องจัดการงานในบ้าน ดูแลคนแก่และเด็ก ความกดดันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นทุกวันๆ ผู้หญิงต้องทำงานหาเงิน ชีวิตค่อยๆหมดไปกับเรื่องจุกจิกในแต่ละวัน พวกเธอไม่มีเวลาไปเต้น ไปทำงานอดิเรกของตนเองอีกต่อไป

ไป๋เหยียนซงเคยกล่าวว่า ไม่มีช่วงวัยรุ่นของคนยุคไหนหรอกที่ง่าย ทุกคนจะใช้วิธีที่ตนชอบระลึกถึงวัยหนุ่มสาวของตนเอง การเต้นที่จัตุรัสก็เป็นการระลึกความหลังอย่างหนึ่ง

แต่ละวันผ่านไป เวลา 30 ปีผ่านไปในพริบตา คนกลุ่มนี้ก็อายุเกินครึ่งร้อย ลูกๆส่วนใหญ่ก็ออกไปก่อร่างสร้างตัว ไม่อาศัยร่วมชายคาเดียวกันกับพ่อแม่แล้ว

พ่อแม่ที่แก่ตัวลงมองห้องที่ว่างเปล่า ความเหงาก็ค่อยๆจู่โจมเข้ามา ไม่มีเสียงหัวเราะร่าเริงของลูกๆแล้ว คิดถึงลูกก็แจ้งได้แค่ข่าวดี ไม่แจ้งข่าวร้าย เหมือนกับในโฆษณาแบบบริการสาธารณะ “คำโกหกของพ่อ”

ภายใต้การเต้นที่จัตุรัส ซ่อนความเหงา ความหวังที่จะได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น มีคนเคียงข้างอยู่ลึกๆในใจ คนแก่เหล่านี้ ส่วนใหญ่ลูกๆออกไปอยู่ข้างนอก ที่บ้านมีแค่คนแก่คนเดียว ไม่ก็สองคน เวลาของครอบครัวที่จำกัดนี้ทำให้ไม่สามารถขจัดความเหงาได้ ยิ่งไปกว่านั้นคนในสังคมยุคปัจจุบันก็แล้งน้ำใจ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในชุมชนเดียวกัน แต่ก็ไม่รู้จักใครเลย มนุษย์อยู่รวมกันเป็นกลุ่มมาตั้งแต่โบราณ ต้องการการยอมรับและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม การปรากฏขึ้นของการเต้นที่จัตุรัสอำนวยให้เกิดเวทีบันเทิงพอดี

ตอนนี้แหละที่การเต้นที่จัตุรัสเป็นกลายเป็นวิธีหนึ่งในการจขจัดความเหงา คนแก่มารวมตัวกัน จับกลุ่มพูดคุยกัน คุยเกี่ยวกับลูกๆของตัวเอง เล่าเกี่ยวกับประสบการณ์สมัยหนุ่มๆสาวๆ ในขณะเดียวกัน สำหรับป้าๆที่เป็น “ซานเกา” (三高 :โรคความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง และไขมันในเลือดสูง) นี่ก็เป็นวิธีออกกำลังกายอีกวิธีหนึ่ง ตอนเต้น ป้าๆก็มีความสุข พวกเธอพบที่ที่ครึกครื้น คนเดียวมันเหงา สองสามคนก็น่าเบื่อ แต่ถ้ามารวมตัวกันเป็นกลุ่มก็จะครึกครื้น บรรยากาศที่คึกคักสนุกสนานทำให้ความเหงากระจายหายไป

พวกเธอคิดว่า ขอแค่พวกเราเต้นเร็วพอ ความเหงาก็ตามเราไม่ทัน ความกลัวที่พวกเธอมีต่ออายุ จริงๆแล้วเป็นแค่ความกลัวต่อความแก่เฒ่าตามอายุที่เพิ่มขึ้น ที่กลัวยิ่งกว่าคือความเหงาที่เพิ่มขึ้นตามอายุ

บางทีฉันก็คิด คนรุ่นเขาไปเต้นที่จัตุรัส

แล้วถ้าคนรุ่นเราแก่แล้วจะเป็นแบบไหนกันนะ

ที่มา : https://www.jianshu.com/p/26bd6dbd755d