Krukay Chinese

เรียนรู้ภาษาจีน เรียนรู้วัฒนธรรม


ลี่ตง

ช่วงเริ่มต้นฤดูหนาว 7 วัน ต้องกินอะไรบำรุงร่างกายบ้างนะ
​วันที่ 7 เดือนพฤศจิกายนปีนี้เป็นวันลี่ตง(立冬) หรือวันแรกของฤดูหนาวจากทั้งหมด 24 ฤดูของจีน คำว่า 立 คือการเริ่มต้น ส่วน冬คือการสิ้นสุด ในช่วงเวลานี้สิ่งมีชีวิตทุกชนิดจะเก็บตัว ดูแลรักษาร่างกายให้ทนต่ออากาศหนาวได้
​เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวอากาศจะหนาวมาก ต้องหาอะไรบำรุงร่างกาย มีคนกล่าวไว้ว่า เราจะแข็งแรงได้ก็ขึ้นอยู่กับการบำรุงร่างกาย และการบำรุงร่างกายจะดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับอาหารที่กินเข้าไป
​วันแรกของฤดูหนาวถือเป็นฤดูที่สำคัญมากและยังเป็นการก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของผู้คน แล้วช่วงนี้พวกเขากินอะไรบำรุงร่างกายกันบ้างล่ะ
ทำไมต้องกินเกี๊ยว
​คำว่าเกี๊ยวในภาษาจีนพ้องเสียงกับคำที่มีความหมายว่าช่วงเวลาที่เปลี่ยนผ่าน โดยวันที่ 30 ของเดือนสุดท้ายเป็นช่วงระหว่างปีเก่ากับปีใหม่ และวันแรกของการเริ่มต้นฤดูหนาวก็เป็นช่วงรอยต่อระหว่างฤดูใบไม้ร่วงกับฤดูหนาว ดังนั้นเกี๊ยวที่สื่อถึงการเปลี่ยนผ่านของช่วงเวลา จึงเป็นสิ่งที่ไม่กินไม่ได้
ตำนานการกินเกี๊ยว
​ชื่อเดิมของเกี๊ยว คือ เจียวเอ่อ (娇耳) ตามตำนานแล้วแพทย์ฝีมือดีนามว่า จางจ้งจิ่ง เป็นผู้ค้นพบ ซึ่งเรื่องราวการกำจัดความหนาวด้วยเกี๊ยวน้ำยังคงเป็นที่พูดถึงในปัจจุบัน มีคำพูดที่กล่าวว่า ถ้าวันแรกของฤดูหนาวไม่กินเกี๊ยว ใบหูต้องเย็นจัดจนแข็งแน่ เพราะเมื่อเข้าสู่วันแรกของฤดูหนาว อากาศจะหนาวจนใบหูซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ด้านนอกเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากความหนาว ดังนั้นเมื่อกินเกี๊ยวที่มีรูปร่างเหมือนใบหู ก็จะช่วยบำรุงใบหู ซึ่งนี่ถือเป็นวิธีการแสดงความเอาใจใส่อย่างลึกซึ้งต่อคนในครอบครัว
วันแรกของฤดูหนาวต้องกินอาหารเหล่านี้ให้มาก ๆ
​สิ่งที่ต้องกินอย่างแรกคือพุทรา พุทรามีรสชาติหวานและยังช่วยให้ความอบอุ่น บำรุงม้ามและระบบไหลเวียนของเลือด นอกจากนี้ยังดีต่อผู้ที่ป่วยเป็นโรคโลหิตจาง ความดันโลหิตสูง โรคเกี่ยวกับระบบประสาท การมองเห็นแย่ลง และชี่ (气) กับเลือดไม่ดี และเนื่องจากอากาศที่หนาวมากของฤดูนี้ ทำให้ชี่ (气) กับเลือดหรือระบบไหลเวียนในร่างกายอ่อนแอลง เช่น เกิดอาการมือเท้าเย็นจัด สีหน้าซีดขาว และอาการอื่น ๆ เป็นต้น ดังนั้นจึงต้องกินพุทราเพื่อรักษาความสมดุลของร่างกายและป้องกันการเจ็บป่วยจากความหนาวเย็น
​อาหารถัดมาคือผักกาดก้านขาวที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวแห้งจากอากาศหนาวและยังดีต่อเยื่อบุผิว ผักชนิดนี้จึงมีประโยชน์ต่อด้านความสวยความงามอย่างมาก ผักกาดก้านขาวยังดีต่อระบบเลือด ช่วยปรับสมดุลชี่ (气) ลดอาการบวม ซึ่งช่วงฤดูหนาวจะต้องดูแลระบบไหลเวียนในร่างกายให้ดีและทำให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ
​สิ่งที่ต้องกินถัดมาคือผักกาดหัว หรืออีกชื่อหนึ่งคือ เสี่ยวเหรินชาน (小人参) ผักชนิดนี้มีรสชาติหวาน ช่วยลดอาการอืด ลดเสมหะ นอกจากนี้ยังเป็นผักที่คนกินมากที่สุดในฤดูหนาว มีคำกล่าวว่า ฤดูหนาวให้กินผักกาดหัว ฤดูร้อนให้กินขิง ถ้ากินตามนี้ได้ก็ไม่ต้องไปหาหมอเลย ซึ่งการกินผักกาดหัวบำรุงร่างกายนั้นมีมาตั้งแต่อดีตแล้ว และผักกาดหัวยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคระบาด กระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อในระบบทางเดินอาหาร และยังช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย แต่เนื่องจากผักกาดหัวเป็นผักที่ให้ฤทธิ์เย็น จึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีธาตุเย็น ดังนั้นผู้คนประเภทนี้จึงควรกินผักกาดหัวในปริมาณน้อยหรือต้มกินกับเนื้อแพะ เนื้อวัว
​ฤดูหนาวเป็นฤดูที่ทำให้ผู้ที่มีธาตุเย็นป่วยได้ง่าย ทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ดังนั้นในฤดูนี้จึงต้องดูแลระบบทางเดินอาหารให้ดี โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคกระเพาะเรื้อรัง ต้องดูแลระบบทางเดินอาหารให้มีความอบอุ่น เพื่อหลีกเลี่ยงอาการป่วย ดังนั้นควรกินอาหารรสจืดเป็นหลัก กินซุปที่มีความร้อนเหมาะสม ไม่ควรกินของเย็นและอาหารเผ็ด และเหล้าไม่ควรกินเด็ดขาด นอกจากนี้ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ไม่ควรกินลูกพลับ ห้ามกินปูขน ส่วนผู้ที่ป่วยเป็นโรคกระเพาะเรื้อรัง ต้องระวังเรื่องอาหารอย่างมาก ไม่ควรกินอาหารที่เย็น ร้อนหรือเปรี้ยวเกินไป ยิ่งไปกว่านั้นคืออย่ากินตามใจปาก เพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อบุกระเพาะอาหารถูกทำลาย
​สำหรับผู้ที่แข็งแรงอยู่แล้ว ให้รักษาสุขภาพให้ดี ตื่นนอนและหลับให้เป็นเวลา นอนหลับให้เพียงพอ เพื่อรักษาความสมดุลของร่างกาย เสื้อผ้าที่สวมใส่ควรเลือกแบบที่ให้ความอบอุ่นได้ดี หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่บางหรือหนาจนเกินไป ร่างกายภายนอกก็จะแข็งแรง ด้านอารมณ์ ควรรักษาอารมณ์ให้สงบ หลีกเลี่ยงอารมณ์เสีย จะทำให้ภายในเราแข็งแรงไปด้วย นอกจากนี้ควรกินของร้อนเป็นหลัก เพื่อสมดุลของร่างกายทั้งภายในและภายนอก ขณะเดียวกันต้องกินผักที่สดใหม่รวมทั้งอาหารชนิดอื่น เช่น เนื้อแพะ เนื้อวัว เนื้อไก่ ปลาน้ำจืด นมถั่วเหลือง นมวัว เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดสารอาหาร
​กินผักกาดหัว ผักใบเขียว เต้าหู้และผักอื่น ๆ ให้มาก ๆ นอกจากนี้ต้องดูแลร่างกายให้ถูกจุดและบำรุงให้เหมาะสมกับสภาพจริง เช่น เมื่ออากาศหนาวก็ต้องทำร่างกายให้อบอุ่น จะดูแลแบบส่ง ๆ ไม่ได้

7日立冬,一种食物一定要吃,推荐几种养生食物!
​今年11月7日是立冬日,立冬是冬季的第一节气。立是建始,冬,终也,万物收藏。冬季寒冷,需要养生,有云:〝健康之道,在于养生,养生之本,在于饮食。〞立冬是一个十分重要的节气,又是人们进补的最佳时期。立冬吃点什么养生?
为什么立冬吃饺子?
​因为饺子是来源于〝交子之时〞的说法。大年三十是旧年和新年之交,立冬是秋冬季节之交,故〝交子之时〞的饺子不能不吃。
吃饺子的民间传说
​饺子的原名叫〝娇耳〞,据传说是医圣张仲景首先发明的。他的〝祛寒娇耳汤〞的故事至今还在民间流传着。〝立冬不端饺子碗,冻掉耳朵没人管〞,立冬意味着冬天的到来,天凉了,耳朵暴露在外边很容易就被冻伤了,因此,吃点长得像耳朵的饺子,补补耳朵,这可是家里人对亲人最贴心的关怀了。
立冬要多吃这些食物
​红枣味甘性温,归脾、胃经,有补中益气、养血安神、暖和药性的功能,对气血不足、贫血、肺虚咳嗽、神经衰弱、失眠、高血压等均有裨益。在寒冷的冬季,由于阳气内藏而容易使人出现气血两虚,人们常会出现手脚冰冷、脸色苍白等症状,此时宜用红枣温补气血,以抵寒冷。
​油菜富含多种维生素和矿物质,对预防皮肤干燥及角化大有裨益,有很好的美容效果。此外,油菜还具有行血、破气、消肿、散结的功效,在寒冷的冬季食用,可行气活血,暖身御寒。
​白萝卜性寒凉,味辛甘。可消积滞、化痰清热、下气宽中,素有〝小人参〞之称。在冬季是人们最常食用的蔬菜。俗话说,冬吃萝卜夏吃姜,不劳医生开药方。可见,自古冬季养生就应多吃萝卜。在冬季常吃萝卜,可增强机体免疫力,促进肠蠕动,有助于体内废物排出。但由于萝卜性寒凉,体质虚寒者,胃部虚寒的患者应少食或可与羊肉、牛肉一起炖煮食用。
​冬天,是胃寒最容易病发的季节,也是既往有胃部疾病患者最为敏感的季节。在此,廖主任建议,冬季要想胃部健康首先应给胃部保暖,尤其患有慢性胃炎的人,要特别注意胃部的保暖,以防腹部着凉而引发胃痛。其次,饮食应以清淡为主,适当喝点热汤。不要吃生凉食物和辛辣食物,尽量不要饮酒。另外,胃病患者要慎食柿子;胃寒患者,应禁食大闸蟹。对于慢性胃炎患者〝管住嘴〞非常关键,不宜吃过冷、过热、过酸的食物,更忌暴饮暴食,以防伤害胃黏膜。寒冷的冬天即将来到,健康的人们在此节气应切记〝养藏〞,在生活起居上应早卧晚起,保证充足的睡眠,有利于阳气潜藏,阴精蓄积。穿衣应注意防寒保暖,以免衣着过少过薄、室温过低即易感冒又耗阳气。在精神调养方面应保持精神情绪的安宁,避免烦扰,使体内阳气的得以潜藏。饮食调养方面要少食生冷,有的放矢地食用一些滋阴潜阳,热量较高的膳食为宜,同时也要多吃新鲜蔬菜以避免维生素的缺乏,如:牛羊肉、乌鸡、鲫鱼,多饮豆浆、牛奶,
​多吃萝卜、青菜、豆腐、木耳等。此外〝冬令进补〞应根据实际情况有针对性地选择清补、温补、小补、大补,万不可盲目乱补。