Krukay Chinese

เรียนรู้ภาษาจีน เรียนรู้วัฒนธรรม


ลวดลายในการประดับตกแต่งเครื่องแต่งกายตามประเพณีจีน

A89AA13B-A7D5-45C5-BEB2-23F993C27196ลวดลายในการประดับตกแต่งเครื่องแต่งกายตามประเพณีจีน

ในประเทศจีนมีวิธีการสร้างลวดลายประดับตกแต่งเครื่องแต่งกายมากมาย วิธีแรกคือการนำผ้ามาถักทอเป็นลวดลาย วิธีที่สองคือการนำผ้าที่ทอเรียบร้อยแล้วมาย้อมสี ปัก หรือวาดภาพให้ออกมาเป็นลวดลายที่สวยงาม จุดประสงค์หลักของการนำลวดลายมาประดับตกแต่งเครื่องแต่งกายของชาวจีนนั้น คือการเพิ่มความสวยงามให้แก่เครื่องแต่งกาย ( น้อยนักที่จะนำมาตกแต่งเครื่องแต่งกายเพื่อใช้แบ่งตำแหน่งของแต่ละคน ) ซึ่งจุดประสงค์หลักในการนำลวดลายมาตกแต่งเครื่องแต่งกายของชาวจีนกับชาวต่างชาติไม่ต่างกัน ทว่าการออกแบบลวดลายที่จะนำมาประดับตกแต่งในเครื่องแต่งกายของจีนต่างหากที่เกรงว่าจะไม่เหมือนกับประเทศอื่น จากการสำรวจการออกแบบลวดลายบนผ้า เครื่องแต่งกาย และ สายสะพายของบรรพบุรุษชาวจีน ทำให้สามารถเข้าใจได้ว่าลวดลายที่นำมาประดับและตกแต่งเสื้อผ้าของพวกเขานั้นนั้นมีอยู่หลักๆ 6 ลวดลาย ดังนี้ :
1. ลวดลายเรขาคณิต ลวดลายประดับตกแต่งชนิดนี้เป็นลวดลายที่มีการนำมาตกแต่งเป็นลวดลายแรก ซึ่งปรากฎการใช้ลวดลายเลขาคณิตมาประดับตกแต่งเสื้อผ้าตั้งแต่ในสมัยราชวงศ์ชาง หรือประมาณประมาณ 3,000 กว่าปีที่แล้ว เช่น ลายเพชร ลายสี่เหลี่ยม ในยุคต่อมามีการเพิ่มลวดลายเลขาคณิตบนเครื่องแต่งกายมากขึ้น ได้แก่ ลายสามเหลี่ยม ลายหกเหลี่ยม ลายS ลาย~ ลายวงกลม เป็นต้น
2. ลวดลายธรรมชาติ หรือลวดลายปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น ลายภูเขา ลายก้อนเมฆ ลายน้ำไหล ลายพระอาทิตย์ ลายพระจันทร์ ลายดาวเหนือ ลายเกล็ดหิมะ ลายเปลวไฟ
3. ลวดลายพืชพรรณ เช่น ลายดอกบัว ลายดอกโบตั๋น ดอกเบญจมาศ ลายดอกบ๊วย ลายดอกไห่ถัง ลายเห็ดหลินจือ ลายองุ่น ลายดอกวอลนัท ลายดอกจูอวี๋ ลายลูกพลับ ลายต้นไม้ ลายหญ้าเลื้อย ลายต้นไผ่ ลายต้นพาราซอลจีน ลายต้นสน ลายดอกทานตะวัน ลายรูปใบไม้
4. ลวดลายสิงสาราสัตว์ เช่น ลายมังกร ลายงูเหลือม ลายหงส์ฟ้า ลายนกนางแอ่น ลายผึ้ง ลายเป็ดแมนดาริน ลายนกปรอดจีน ลายนกแร้ง ลายนกแก้ว ลายนกกระเรียน ลายนกกางเขน ลายแมลงปอ ลายแพะ ลายม้า ลายหงส์ป่า ลายนกเหลียน ลายกินเลน ลายนกยูง ลายกวาง ลายสิงโต ลายไก่ฟ้าสีทอง ลายหงส์ไฟ ลายเสือดาว ลายไก่ฟ้าคอแหวน ลายค้างคาว ลายปลา ลายกระดองเต่า ลายตาช้าง ลายหัวหมู
5. ลวดลายมนุษย์และเทวดา เช่น ลายเทพี ลายพระพุทธรูป ลายผู้คนร้องรำทำเพลง ลายเหลาจื่อ ลายเทพเจ้าซิ่ว
6. ลวดลายตัวอักษร เช่น ลายหุยเหวิน คำว่าหมื่น คำว่าความสุข คำว่าอายุยืน คำว่ามงคลในชีวิตคู่ คำว่าร่ำรวยสงบสุข คำว่าโชคดีสมหวัง คำว่ามีความสุข อายุยืน เหลือกินเหลือใช้ คำว่าร่ำรวยโชคดี คำว่ามงคล มั่งคั่ง อายุยืน มีความสุข คำว่ามีความสุข อายุยืน ครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา คำว่าอายุยืนยาว คำว่าความสุขยาวนาน รุ่งเรือง คำว่าสมหวังชั่วชีวิต คำว่ารุ่งเรือง สุขสม คำว่าสมหวัง คำว่าอายุยืนร้อยปี คำว่าสุขร้อยเรื่อง คำว่าตำแหน่งงานสูง คำว่าอายุยืนคู่ลูกหลาน อายุหมื่นปีคู่ลูกหลาน

​ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลยที่การใช้ลวดลายที่กล่าวมาข้างต้นนั้นไปประดับตกแต่งเครื่องแต่งกายของชาวจีนแล้วจะเป็นการเพิ่มสีสันให้กับการแต่งกายของพวกเขาได้ ทว่าการเลือกใช้ลวดลายบางชนิดมาตกแต่งเครื่องแต่งกาย และจะเลือกใช้แต่ละลวดลายมาตกแต่งเครื่องแต่งกายนั้นก็มีแนวคิดที่เป็นเอกลักษณ์ และวิธีในการเลือกใช้เช่นกัน วิธีการเลือกใช้ประการแรกคือ การที่ผู้คนให้ความสำคัญกับสิ่งของ หรือสัตว์ที่นำมาตกแต่ง ตัวอย่างเช่น คำว่า “ต้นสน” ที่สีเขียวสดตลอดทั้งสี่ฤดู และคำว่า “เต่า” ที่เป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืน หยิบตัวอักษรทั้งสองตัวมาผสมกันก็จะได้ความหมายว่าอายุยืนนาน นอกจากนี้ยังมีการนำคำว่าทับทิม ซึ่งผลทับทิมนั้นมีเมล็ดเยอะ และคำว่าปลา ที่มีความหมายอีกในว่าเหลือล้น มาผสมกันจนได้ความหมายว่าลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง อีกทั้งยังมีการใช้คำว่า เป็ดแมนดารินตัวเมียและตัวผู้ มาประดับตกแต่งเพื่ออุปมาว่าจะไม่พรากจากคู่ครองของตน วิธีการเลือกใช้ประการที่สองคือ ความหมาย หรือชื่อของสิ่งของนั้นๆพ้องเสียงกับคำที่สื่อถึงมงคล เช่น “ค้างคาว” ( 蝙蝠 Biānfú ) ซึ่งตัวอักษรตัวที่สองไปพ้องเสียงกับคำว่า “ความสุข” ( 福 Fú ) จึงนำรูปค้างคาวมาประดับตกแต่งเครื่องแต่งกายเพื่อเป็นสื่อถึงความหมายที่ว่า สุขสมหวังดังปรารถนา หรือ ปลา ( 鱼Yú ) ที่พ้องเสียงกับคำว่า เหลือ ( 余 Yú ) โดยนำรูปปลามาสื่อความหมายที่ว่า เหลือกินเหลือใช้ อีกทั้งยังมีการนำ “กวาง” ( 鹿Lù ) มาประดับตกแต่งเครื่องแต่งกายเนื่องจากพ้องเสียงกับคำว่า “โชคดี” ( 禄Lù ) ได้ความหมายว่า ก้าวหน้ามั่งคั่ง วิธีการเลือกใช้ลวดลายในการประดับตกแต่งเครื่องแต่งกายประการที่สามได้แก่ ความเชื่อของผู้คนต่อสิ่งที่จะนำมาประดับนั่นเอง ซึ่งนับได้ว่าการเลือกประการนี้จะพิจารณาไปที่ลวดลายสิงสาราสัตว์ เช่น กินเลน ซึ่งเป็นหนึ่งในสัตว์ประหลาดที่มีจิตใจดีในเรื่องเล่าของชาวจีน มังกรที่เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของชาวจีน และหงส์ฟ้า ที่เป็นนกศักดิ์สิทธิ์ของชาวจีน วิธีการเลือกใช้ประการที่สี่ คือการนำความหมายและเสียงของสิ่งนั้นๆมารวมเข้าด้วยกัน กลายเป็นประโยคที่มีความหมายโดยนัยว่ามงคล ตัวอย่างเช่น นำนกขุนทองมาเกาะอยู่บนกิ่งของต้นบ๊วย จะสื่อความหมายได้ว่า สุขล้นจากใจสู่นัยน์ตา อีกทั้งยังมีการนำรูปผึ้งที่ตอมดอกบ๊วย มาสื่อถึงความหมายที่ว่า ภูมิใจในการประสบความสำเร็จที่ราบรื่น หรือแม้แต่การนำดิกโบตั๋นคู่กับเทพเจ้า ซึ่งมีนัยยะว่าเทพเจ้าที่สูงส่ง การใช้ต้นสน และนกกระเรียน แทนความหมายของการมีชีวิตยืนยาว การนำค้างคาวไปเกาะบนต้นทับทิม โดยมีนัยยะว่าลูกหลานเต็มบ้านพาสุขมาให้ และวิธีการเลือกใช้ลวดลายตกแต่งเสื้อผ้าประการสุดท้ายคือ การนำตัวอักษรจีนมาแสดงถึงความหมายอันดีงามโดยตรง กล่าวโดยสรุป ไม่ว่าจะเป็นลวดลายการปักประดับตกแต่งเครื่องแต่งกายของชาวจีนชนิดใดก็ตาม ล้วนแต่แสดงถึงการมีชีวิตที่ดีอย่างที่มนุษย์ปรารถนา อาทิ การเติบโตแต่ไม่แก่ชรา ลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง สามีภรรยารักใคร่สุขสันต์ หน้าที่การงานก้าวหน้ามั่งคั่ง สมความปราถนา บ้านเมืองสงบสุขกิจการรุ่งเรือง มีแต่ความอุดมสมบูรณ์ เป็นต้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าลวดลายการปักและการประดับตกแต่งเครืองแต่งกายของชาวจีนนั้นไม่เพียงแต่จะสื่อถึงการตกแต่งเพื่อความสวยงาม หรือมีหน้าที่แสดงสัญลักษณ์ของตำแหน่งหน้าที่ ( เช่นมังกร งูเหลือม และหงส์ฟ้า ) ของผู้สวมใส่เพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการใส่ความปรารถนาความดีงามในชีวิตมนุษย์ลงไปในเครื่องแต่งกายอีกด้วย