Krukay Chinese

เรียนรู้ภาษาจีน เรียนรู้วัฒนธรรม


ซื้อของ

​“ซื้อของ (买东西)” หรือที่ในภาษาจีนพูดว่า “ซื้อทิศตะวันออก (东) และทิศตะวันตก (西)” เป็นวลีที่มักได้ยินเป็นประจำในชีวิตประจำวันของทุกคน แต่ทั้งคำว่าทิศตะวันออก(东) และทิศตะวันตก(西)นั้นต่างก็เป็นคำที่ใช้บอกทิศด้วยกันทั้งสิ้น แต่ทำไมเมื่อนำมารวมกันกลับแปลว่าสิ่งของล่ะ?
​วลีที่ว่า “ซื้อของ” (ซื้อทิศตะวันออกและทิศตะวันตกในภาษาจีน) มักพบได้ในชีวิตประจำวัน แต่ไม่ว่าจะเป็นคำว่าทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตกต่างก็เป็นคำที่ใช้บอกทิศทั้งนั้น แต่เมื่อนำมารวมกันกลับมีความหมายว่าสิ่งของ ประเด็นนี้จักรพรรดิจงเฉินในราชวงศ์หมิงก็เคยถามเจ้าหน้าที่ในราชสำนักของตนว่า “ทำไมถึงพูดว่าซื้อทิศตะวันออกและทิศตะวันตก แต่ไม่พูดว่าซื้อทิศใต้และทิศเหนือ?” เสนาบดีของพระองค์ตอบว่า ตามทฤษฎีของตำราโจวอี้ <<周易>>หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าตำราอี้จิง<<易经>>นั้นกล่าวว่า ทิศใต้มีคุณสมบัติของธาตุไฟ ทิศเหนือมีคุณสมบัติของธาตุน้ำ ซึ่งธาตุทั้งสองดังกล่าวเป็นธาตุที่ไม่สามารถขึ้นรูปได้ แต่ทิศตะวันออกและทิศตะวันตกนั้นมีคุณสมบัติของธาตุไม้และธาตุทองตามลำดับ ซึ่งไม้และทองเป็นสิ่งที่สามารถใส่ไว้ในตระกร้าได้เมื่อไปซื้อของ ดังนั้นผู้คนจึงพูดว่า ซื้อทิศตะวันออกและทิศตะวันตก (ซื้อของในภาษาไทย) ไม่ใช่แค่จักรพรรดิจงเฉินเท่านั้นที่มีเรื่องเล่าในรูปแบบนี้ นักการศึกษาในราชวงศ์หมิงอย่างจูซีและจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์หมิงต่างก็เล่าเรื่องดังกล่าวในรูปแบบเดียวกัน ซึ่งเรื่องเล่าจุดกำเนิดของคำว่าสิ่งของ (东西) จากตำราโจวอี้เองก็มีอยู่มากมายหลายรูปแบบแต่ไม่มีรูปแบบไหนเลยที่สามารถระบุที่มาได้อย่างชัดเจน นักวิชาการจำนวนมากจึงยังไม่ให้การรับรอง
​ถ้าอย่างนั้น มีทฤษฎีอื่นที่เป็นที่ยอมรับหรือไม่? เราได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่มีอิทธิพลและมีช่อเสียงในด้านภาษาจีนโบราณและด้านภาษาศาสตร์อย่าง เจิ้งจางซ่างฟาง กล่าวว่า ตามความคิดของตนแล้ว ทิศตะวันออกและทิศตะวันตกนั้นเป็นจุดที่มีระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเกิดขึ้นในสมัยนั้น กล่าวคือ ในสมัยราชวงศ์ถังได้มีตลาดตะวันฝั่งตะวันออกและตลาดฝั่งตะวันตกเกิดขึ้น ดังนั้นผู้คนจึงมักเดินทางไปซื้อของที่ตลาดดังกล่าว เมื่อผู้คนเดินทางไปตลาดจึงมักพูดกันว่าไป “ซื้อทิศตะวันออกและทิศตะวันตก (ซื้อของในภาษาไทย)” ซึ่งทฤษฎีนี้เป็นทฤษฎีที่ค่อนข้างสมเหตุสมผลกว่าทฤษฎีอื่นๆ
​ฉางอานคือชื่อเรียกโบราณของเมืองซีอาน เป็นเมืองเก่าแก่ของราชวงศ์จีนมาแล้วสิบสามราชวงศ์และยังเป็นเมืองที่มีราชวงศ์มาตั้งเมืองหลวงมากที่สุด ช่วงเวลาการเป็นเมืองหลวงยาวนานที่สุด และเป็นเมืองที่มีอิทธิพลมากที่สุดในประวัติศาสตร์จีน เมืองฉางอานมีศูนย์กลางการค้าอยู่ทั้งฝั่งทิศตะวันออกและฝั่งทิศตะวันตก มีชื่อเรียกว่าตลาดฝั่งตะวันออกและตลาดฝั่งตะวันตก ในสมัยราชวงศ์ถัง มีการควบคุมกิจการการค้าขายของประชาชนอย่างเข้มงวด ประชาชนสามารถขายสินค้าได้เฉพาะในตลาดฝั่งตะวันออกและตลาดฝั่งตะวันตกเท่านั้น หากออกไปค้าขายภายนอกตลาดทั้งสองแห่งจะถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายในสมัยนั้น ตลาดฝั่งตะวันออกและตลาดฝั่งตะวันตกล้วนเป็นตลาดธุรกิจของเมืองฉางอาน และด้วยเหตุผลที่ว่าตำแหน่งที่ตั้งของตลาดทั้งสองตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ต่างกันจึงทำให้ชนิดของสินค้าในตลาดต่างกันตามไปด้วย โดยตลาดฝั่งตะวันออกจะเน้นขายสินค้าหรูหราเป็นหลักเพราะตั้งอยู่ใกล้กับพระราชวัง ในขณะที่ตลาดฝั่งตะวันตกจะเน้นขายของใช้ในชีวิตประจำวันเนื่องจากสถานที่ตั้งอยู่ค่อนข้างหากจากพระราชวัง ทว่า ผู้เชี่ยวชาญกล่าว่าถึงแม้คำว่าสิ่งของ (东西) จะมีจุดกำเนิดในสมัยราชวงศ์ถัง แต่คำที่ใช้เรียกสิ่งของในสมัยนั้นยังคงใช้คำว่า 物 (สิ่งของ) อยู่ การใช้คำว่า 东西 กันอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวันและการที่คำว่า 东西 กลายมาเป็นภาษาพูดของผู้คนนั้นกลับเกิดขึ้นหลังจากสมัยราชวงศ์ถังมาแล้ว ผู้เชี่ยวชาญในด้านภาษาจีนโบราณ เจิ้งจางซ่างฟาง กล่าวว่า จุดกำเนิดนั้นมาจากการมีตลาดฝั่งตะวันออกและตลาดฝั่งตะวันตกในราชวงศ์ถัง แต่การนำมาใช้เป็นภาษาพูดในปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญกลับมีความเห็นว่าอาจเริ่มใช้ในสมัยราชวงศ์ซ่ง โดยเฉพาะภายหลังจากที่ราชวงศ์ซ่งย้ายไปตั้งเมืองอยู่ที่เมืองหางโจว เศรษฐกิจของราชวงศ์ซ่งใต้นั้นพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมากซึ่งเป็นผลมากจากความสัมพันธ์อันดีทางเศรษฐกิจ ตลาดฝั่งตะวันตกและตลาดฝั่งตะวันออกมีจุดกำเนิดจากเมืองฉางอานในสมัยราชวงศ์ถังซึ่งมีความเจริญเป็นอย่างมาก รวมทั้งยังมีอิทธิพลต่อการนำคำว่า 东西 (สิ่งของ) มาใช้ อย่างไรก็ตามในสมัยราชวงศ์ถังยังไม่มีการใช้คำดังกล่าวเกิดขึ้น แต่พอมาถึงราชวงศ์ซ่ง ถึงแม้ว่าศูนย์กลางทางการค้าจะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในทิศตะวันออกและทิศตะวันตกแล้ว แต่แนวคิดเรื่องตลาดฝั่งตะวันออกและตลาดฝั่งตะวันตกยังคงมีอยู่ และได้วิวัฒนาการมาเป็นคำว่า เส้นทางฝั่งตะวันออก (东行) และเส้นทางฝั่งตะวันตก (西行) หรือแม้กระทั่งคำว่า เส้นทางฝั่งใต้ (南行) และเส้นทางฝั่งเหนือ (北行) แต่เมื่อเวลาผ่านไปผู้คนก็ยังคงคุ้นเคยกับแนวคิดเรื่องตลาดฝั่งตะวันออกและตลาดฝั่งตะวันตกอยู่จนมีการพูดว่า 买东西 (ซื้อของ) แทนการพูดว่า买物品 (ซื้อของ) และคำว่า 东西ก็ค่อยๆเข้ามาแทนที่คำว่า物 และวลี 买东西 ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาทางเศรษฐกิจในสมัยโบราณของประเทศจีน จากเมืองที่ยิ่งใหญ่และเป็นเมืองนานาชาติที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดอย่างเมืองฉางอานสู่ยุคที่พื่นที่ทางเศรษฐกิจมีการพัฒนาอย่างสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ วลีที่ว่า买东西 ได้อยู่คู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจในสมัยโบราณและค่อยๆ กลายมาเป็นวลีที่ผู้คนพูดกันเป็นประจำในชีวิตประจำวันอย่างปัจจุบัน

“买东西”这个词经常出现在我们的生活中,但不管是东还是西,明明都是方位的称呼,连在一起却成了物品的代称。这是为什么呢?戳视频一起长知识!买东西这个词经常出现在我们的生活中,但不管是东还是西,明明都是方位的称呼,连在一起却成了物品的代称。明代的崇祯皇帝就问过自己的臣子——为什么叫东西不叫南北?他的大臣是这样回答的:根据周易理论,南方属火,北方属水,是不容易掌控的事物,而东西属于木和金,是可以放到篮子里买卖的东西,所以才有了买东西这个说法。不光是崇祯皇帝,明代的学者朱熹,清朝的乾隆皇帝都有类似的故事流传。东西源自周易的版本很多。但是这些故事没有一个版本,指出它始于何处,出自何处,所以很多学者并不认可。那么,有没有比较准确的说法呢?“老爸”找到了著名语言学家,古汉语方面的权威专家郑张尚芳,听听专家对这个问题是怎么看的。古汉语专家郑张尚芳告诉“问问”和“老爸”:“根据我们看,它是当时的市场经济起来了,唐代已经有东市西市,所以东西呢,一般去买,到市场上可以买东西,这个还是合理的。东市西市比其它的说法合理一些。”长安是西安的古称,是十三朝古都,也是中国历史上建都朝代最多,建都时间最长,影响力最大的古代都城。东、西两部各有一个商业区,称为东市和西市。在唐代,对民间商业行为有严格的限制,长安城里的商品买卖只能在东市和西市进行。出了这两个地方,都是违反当时律法的。东市和西市同是长安城工商业市场,但由于东市西市的位置不同,所经营的商品种类也略有区别。东市因为靠近皇宫大内,所以主要经营奢侈品。而西市因为离大内比较远,所以主要经营的是日用品。但是,专家还告诉“老爸”和“问问”,东西一词虽然发源于唐代,但当时主要称呼物品还叫“物”。东西的概念真正大量的应用在生活中,成为人们习惯的口语,却还要更晚一些。古汉语专家郑张尚芳告诉“问问”和“老爸”:“起源是唐代的东市西市,但是反映到语言里,可能是宋,我认为是宋代开始的,尤其是宋代搬到杭州以后,南宋的经济是非常发达的,这是和经济密切的联系在一起的。”东西市”起源于唐代长安并且很繁盛,对东西一词的产生有一定的影响,但是在唐代,还没有起到引领的作用。到了宋代,虽然人们经商的地点已经不在局限于东西两地,但是东西市的概念仍然存在,衍化出了东行,西行,甚至还出现了南行、北行。但是经过长时间的积累,人们还是习惯东西市的概念,并且把说买物品,说成是买东西。东西也逐渐代替了“物”这个词。一个简单的买东西,却体现出了我国古代经济发展的变化,从最繁华的国际大都市长安,到经济空前发达的南宋,买东西一词也随着古代商业的发展,逐渐成为了人们常用的口语。