Krukay Chinese

เรียนรู้ภาษาจีน เรียนรู้วัฒนธรรม


การเดินทางพันปีของชาผูเอ่อร์

การเดินทางพันปีของชาผูเอ่อร์
ชาวจีนมักจะกล่าวว่า “สิ่งจำเป็นในชีวิตทั้ง 7 ประกอบด้วย ฟืน ข้าวสาร น้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู และชา” จะเห็นได้ว่า ชาเป็นสิ่งที่ชาวจีนขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ประเทศจีนเป็นประเทศที่นิยมปลูกใบชา ซึ่งใบชามีประวัติศาสตร์ยาวนาน และยังมีมากมายหลากหลายชนิด มณฑลยูนนานเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตใบชาที่สำคัญของประเทศจีน ปัจจุบัน ในบางพื้นที่ของยูนนานยังคงมีต้นชาเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์กว่าพันปี พื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน มีเส้นทางค้าชาบนหลังม้าในตำนานสายหนึ่งที่มีชื่อเสียงเทียบเท่ากับเส้นทางสายไหมซึ่งเคยเป็นเส้นทางที่เชื่อมอารยธรรมจีนกับตะวันตก และบนเส้นทางการค้าโบราณสายนี้ สินค้าหลักที่ถูกขนส่งโดยใช้ม้าก็คือใบชาผูเอ่อร์
บรรพบุรุษของชา
ถ้าพูดถึงใบชาของมณฑลยูนนาน แน่นอนว่าคนจะต้องนึกถึงชาผูเอ่อร์ ในมณฑลยูนนานนั้น ชาผูเอ่อร์ส่วนใหญ่เจริญเติบโตในเขตตอนกลางและตอนล่างของแม่น้ำโขง มีข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ระบุอย่างชัดเจนว่า การปลูกใบชาของชาวจีนในพื้นที่นี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี
ชาผูเอ่อร์เป็นตัวแทนใบชาจากมณฑลยูนนาน เรียกว่าชาพันธุ์ใบใหญ่ จากการสำรวจพบว่า ชาพันธุ์ใบใหญ่เป็นชาพันธุ์ที่ดั้งเดิมและเก่าแก่ที่สุดของจีน เมื่อชาพันธุ์ใบใหญ่กระจายไปสู่ที่ราบภาคกลางก็กลายเป็นชาพันธุ์ใบกลาง เมื่อแพร่กระจายไปยังพื้นที่ชายฝั่งทะเลก็กลายเป็นชาพันธุ์ใบเล็ก วิธีการแพร่พันธุ์ของใบชาจีนนั้นแสดงถึงความสัมพันธ์ของการถ่ายทอดและสืบสานอย่างชัดเจน โดยใบชาชนิดอื่น ๆทั้งหมด ล้วนมีวิวัฒนาการมาจากชาพันธุ์ใบใหญ่
ช่วงก่อนปี ค.ศ.1990 มีข้อโต้แย้งในระดับนานาชาติอยู่เสมอว่า ชาติที่ปลูกใบชาเป็นชาติแรกของโลกคือจีนหรืออินเดีย อินเดียยืนกรานมาตลอดว่าแหล่งกำเนิดต้นชาของโลกอยู่ที่รัฐอัสสัม ของประเทศอินเดีย เพราะว่าพวกเขาพบต้นชาสายพันธุ์เก่าแก่ในพื้นที่นี้ จนกระทั่งในปี ค.ศ.1993 ผู้เชี่ยวชาญด้านใบชาจีนพบต้นชาสายพันธุ์เก่าแก่ต้นหนึ่ง ที่มีอายุกว่าพันปี ณ หมู่บ้านปังเวย อำเภอหลานชาง มณฑลยูนนาน ในที่สุดข้อโต้แย้งที่ผ่านมาจึงมีข้อสรุปว่า แหล่งกำเนิดต้นชาของโลกอยู่ที่ มณฑลยูนนาน ประเทศจีน
วัตถุโบราณที่หายใจได้
ช่วงปี ค.ศ.1960 เจ้าหน้าที่ดูแลกู้กงได้พบชาผูเอ่อร์อายุกว่าร้อยปีจำนวนหนึ่ง ในขณะที่กำลังจัดเก็บใบชาที่เป็นเครื่องบรรณาการในสมัยราชวงศ์ชิง ยิ่งไปกว่านั้น ยังพบว่าชาผูเอ่อร์เหล่านี้ยังคงเก็บอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ผิวเกลี้ยงเกลา ได้สัดส่วนงดงาม และยังสามารถเห็นปลายยอดเล็ก ๆของใบชาได้อย่างชัดเจน ในขณะที่ใบชาชนิดอื่นไม่ว่าจะเป็นชาหลงจิ่งหรือชาเถี่ยกวนอิมได้กลายเป็นผงไปหมดแล้ว และผู้เชี่ยวชาญด้านใบชาจีนเห็นว่า ชาผูเอ่อร์อายุกว่าร้อยปีเหล่านี้ยังสามารถนำมาชงดื่มได้ในปัจจุบัน
ชาผูเอ่อร์ถูกเรียกว่าเป็น “วัตถุโบราณที่หายใจได้” หรือ “วัตถุโบราณที่สามารถดื่มได้” เพราะอะไรกันนะ

เมื่อพันกว่าปีก่อน ได้มีการปลูกและผลิตชาผูเอ่อร์ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในแถบพื้นที่ตอนกลางและตอนล่างของแม่น้ำโขง การผลิตชาผูเอ่อร์มีกรรมวิธีที่เป็นเอกลักษณ์ นั่นคือจะต้องนำใบชาไปผัดที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส เพราะการผัดด้วยอุณหภูมิระดับนี้ภายในระยะเวลาอันสั้น จะไม่ทำลายเซลล์ใด ๆในใบชา ดังนั้น จุลินทรีย์ Proteinase ในใบชาที่ผ่านการผัดด้วยอุณหภูมิ 70 องศา จะยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างปกติ หรือกล่าวได้ว่าชาผูเอ่อร์ที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตจนเสร็จสิ้นแล้วยังคงมีชีวิต
ผู้ที่พอมีความรู้เกี่ยวกับชาผูเอ่อร์อยู่บ้างจะทราบว่า น้ำชาที่มีสีเหลืองอ่อนชงจากใบชาผูเอ่อร์ดิบ ส่วนน้ำชาสีแดงเข้มชงจากใบชาผูเอ่อร์สุก ทั้งสีและรสชาติของชาทั้งสองชนิดนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ใบชาสดที่ถูกนำไปตากด้วยวิธีธรรมชาติหลังเก็บเกี่ยว คือชาผูเอ่อร์ดิบ จึงทำให้ชาผู้เอ่อร์ดิบมีรสชาติเข้มข้น ถ้าเป็นชาผูเอ่อร์ดิบที่ผลิตใหม่หรือตากไว้ไม่นานจะมีรสชาติขมมาก สีของน้ำชาจะค่อนข้างอ่อน แต่ถ้าเก็บใบชาไว้หลายปี จุลินทรีย์ที่อยู่ในใบชาจะค่อย ๆเจริญเติบโต ทำให้มีกลิ่นหอมมากขึ้นเรื่อย ๆ รสชาติจางลง และในตอนนี้เองที่ชาผูเอ่อร์ดิบจะกลายเป็นชาผูเอ่อร์สุก ที่มีรสชาตินุ่มละมุนลิ้นกว่า กลิ่นหอมอบอวล และน้ำชามีสีแดงเข้ม เนื่องจากชาผูเอ่อร์มีลักษณะพิเศษที่สามารถหมักตัวได้เองตามธรรมชาติ ดังนั้น ผู้ที่ชอบดื่มชาผูเอ่อร์จึงมีคำกล่าวที่โรแมนติกว่า “ชาผูเอ่อร์จะค่อยๆแก่ไปพร้อมกับเรา” และอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ชาผูเอ่อร์ขายดี นั่นก็คือ ชาผูเอ่อร์สามารถเก็บสะสมได้ ยิ่งเก็บไว้นานยิ่งมีค่า
สรรพคุณของชาผูเอ่อร์
เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ผู้คนจำนวนมากค่อยๆเริ่มรู้จักและเข้าใจสรรพคุณต่าง ๆของชาผูเอ่อร์ ซึ่งสามารถสรุปได้ว่า ชาผูเอ่อร์ดิบสามารถล้างพิษ แก้ร้อนใน ช่วยให้สดชื่นและลดความดันโลหิต ส่วนชาผูเอ่อร์สุกจะช่วยอุ่นกระเพาะอาหาร ลดไขมัน ช่วยย่อยอาหาร และช่วยให้ระบบขับถ่ายดี ในตำรา “เปิ่นเฉ่ากังมู่” ซึ่งเป็นตำรายาสมุนไพรโบราณของจีนได้บันทึกไว้ว่า “ชาผูเอ่อร์มีรสขม ช่วยขับไขมันสัตว์ในร่างกาย และช่วยล้างลำไส้ทำให้ขับถ่ายดี” อีกเรื่องหนึ่งที่ควรจะกล่าวถึงก็คือ คนสมัยก่อนถ้าต้องกาดื่มชาผูเอ่อร์สุก ต้องรอเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี เพื่อให้ชาผูเอ่อร์ดิบหมักตัวตามธรรมชาติ แต่ในปัจจุบันผู้คนไม่จำเป็นต้องรอนานขนาดนั้น เพราะในปี ค.ศ. 1973 เกิดเรื่องที่น่ายินดีที่มีผู้ค้นพบกรรมวิธีการหมักใบชาที่เรียกว่า “การหมักกอง” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็สามารถย่นระยะเวลาในการหมักใบชาและลดต้นทุนได้เป็นอย่างมาก ในปัจจุบันที่ผู้คนมีจังหวะชีวิตที่เร่งรีบขึ้นทุกวัน เครื่องดื่มประเภทชาในแต่ละประเทศทั่วโลกมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ชากลับมาเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพรูปแบบหนึ่งอีกครั้ง และชาผูเอ่อร์ยังคงคุณสมบัติดั้งเดิมกว่าพันปี อยู่เคียงข้างพวกเราเหมือนในอดีตไม่เปลี่ยนแปลง

千年行走普洱茶
中国人常说:“开门七件事——柴、米、油、盐、酱、醋、茶”,可见茶在中国人的生活中是不可缺少的一部分。中国是茶叶种植大国,茶叶历史悠久并且品种多样。云南是中国重要的茶叶产地之一,在云南的一些地区,至今生长着有千年历史的古老茶树。在中国的西南地区,有一条传奇的茶马古道,与曾经贯通中西文明的丝绸之路齐名。而在这条古道上,马帮运输的主要物资就是普洱茶。

百茶之祖
说到云南的茶叶,人们自然会想到普洱茶。在云南,普洱茶主要生长在澜沧江中下游地区。中国有确凿的史料表明,这一地区的茶叶种植历史已达千年之久。
以普洱茶为代表的云南茶叶叫大叶种茶。通过调查发现,大叶种是最原始且最古老的中国茶树。大叶种茶传播到中原地区就变成中叶种,传播到沿海地区就是小叶种。中国茶叶在传播方式上显示出了明确的传承关系,其他品种的茶叶都是由大叶种演化而来的。
20世纪90年代之前,国际上一直有一个争论:世界上最早种植茶叶的是中国人还是印度人?印度一直坚持世界茶树原产地在印度阿萨姆,因为他们在该地找到了古老的过渡型古茶树。直到1993年,中国茶叶专家在中国云南澜沧县邦崴村发现了一棵生长上千年的过渡型古茶树,争论才终于有了定论:世界茶树原产地就在中国云南。

会呼吸的古董
20世纪60年代,故宫管理人员在整理清朝时期地方进贡给朝廷的茶叶时,发现了一些已有上百年历史的普洱茶,并且惊奇地发现这些普洱茶仍然保存完好,表面光滑,条索匀整,还可以清晰地看到细细的芽尖,而其他茶叶不论是龙井还是铁观音都已化成粉末。茶叶专家认为,这些有百年历史的普洱茶至今依然
可以冲泡饮用。
堪称“会呼吸的古董”,“可以喝的文物”。这是为什么呢?
原来,在1000多年前,在澜沧江中下游地区的村寨中就已经有了种植和制作普洱茶的工艺。普洱茶的制作有一个独特的方法,就是将炒茶的温度控制在70摄氏度,这个温度在短时间内不会对任何生物造成致命威胁,所以经过70度杀青的茶叶其中的微生物蛋白酶依然可以以活体的形式存在,也就是说普洱茶在制作完毕之后依然有生命。
略懂普洱茶的人都知道,茶汤呈浅黄色的叫普洱生茶,呈殷红色的叫普洱熟茶,二者在汤色和滋味上截然不同。新鲜的茶叶采摘后以自然的方式陈放即为生茶,生茶茶性较烈,新制或陈放不久的生茶有强烈的苦味,汤色较浅。但随着长年的贮藏,普洱茶内的微生物慢慢发酵,生茶的香味会越来越醇厚,茶性逐渐趋于温和。这时生茶则转变为熟茶,口感更加丝滑柔顺,醇香浓郁,汤色殷红。正因为普洱茶有这种自然发酵的特点,因此喜好喝普洱的人都有个浪漫的说法:普洱茶可以陪我们慢慢变老。普洱茶旺销的一个重要原因就是它可以被收藏,年代越久越珍贵。

普洱茶的健康功效
近年来,普洱茶的各种功效也逐渐被大众认识和了解。概括来说,普洱生茶可以清热解毒、提神降压,熟茶暖胃降脂、消食通便。早在《本草纲目》中就有“普洱茶味苦性刻,解油腻牛羊毒,刮肠通泄”的记载。值得一提的是,过去人们想喝普洱熟茶,需要等待至少10年以上的时间,等待普洱生茶自然发酵,但是今天的人们不需要花费那么长的时间了。因为在1973年一个偶然的机会人们发现了人工发酵的技术,即人工渥堆发酵,从此大大节约了时间成本。在生活节奏日益加快的今天,世界各国茶叶类饮料所占比例快速上升,茶以健康饮品的形式重新回归,而普洱茶则以其千年不变的本色,一如既往地陪伴着我们。