Krukay Chinese

เรียนรู้ภาษาจีน เรียนรู้วัฒนธรรม


6.1 เทศกาลจีน

บทแปลที่ 1

เทศกาลดั้งเดิมของจีนมีอยู่หลายเทศกาล ซึ่งมีรายละเอียดมากมายและรูปแบบที่หลากหลาย เช่น เทศกาลตรุษจีน เทศกาลโคมไฟ เทศกาลเช็งเม้ง เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง เทศกาลสารทจีน เทศกาลไหว้พระจันทร์ เทศกาลวันแห่งความรัก (เทศกาลชีซี) และเทศกาลกินโจ๊ก(เทศกาลล่าปา) เป็นต้น แต่เทศกาลที่กำหนดให้เป็นวันหยุดตามกฎหมายมีเพียง เทศกาลตรุษจีน เทศกาลเช็งเม้ง เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง และเทศกาลไหว้พระจันทร์เพียงสี่เทศกาลเท่านั้น
วันตรุษจีนตรงกับวันที่หนึ่งเดือนหนึ่งตามปฏิทินจัทรคติจีน คนจีนนิยมนำกระดาษที่ตัดเป็นลวดลายต่างๆและคำกลอนคู่มาติดบริเวณหน้าต่าง บางคนนิยมนำตัวอักษร ฟู๋(福) ที่มีความหมายว่าสิริมงคลมาติดกลับหัวบริเวณประตู กำแพง หรือวงกบประตูด้านบนเพื่อสื่อว่า “ความโชคดีได้มาถึงแล้ว” ในช่วงค่ำของคืนวันส่งท้ายปีเก่า สมาชิกในครอบครัวจะอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าเพื่อกินอาหารเย็นร่วมกัน ซึ่งถือเป็นเวลาที่แต่ละครอบครัวมีความสุขที่สุดในช่วงเทศกาลตรุษจีน อาหารที่กินในคืนวันส่งท้ายปีเก่ามีหลายชนิด และมีความแตกต่างกันระหว่างจีนตอนเหนือและจีนตอนใต้ โดยชาวจีนทางตอนเหนือมีประเพณีการกินเกี๊ยวช่วงข้ามปีเพราะคำว่าเกี๊ยวหรือเจี่ยวจือในภาษาจีนมีเสียงตรงกับประโยคที่ว่า “เปลี่ยนปีเก่าเข้าปีสู่ปีใหม่”ในภาษาจีน อีกทั้งเกี๊ยวยังมีลักษณะคล้ายเงินสมัยโบราณของจีนหรือเงินหยวนเป่า จึงเปรียบเสมือนว่า”เงินหยวนเป่าไหลมาเทมา”และร่ำรวยเงินทอง ส่วนชาวจีนทางตอนใต้มีประเพณีการกินบัวลอยในเช้าวันขึ้นปีใหม่ นอกจากนี้ในช่วงเทศการตรุษจีนยังมีประเพณีการกินขนมเข่งเพื่อแทนความหมายว่า “ทุกเรื่องสมหวัง ทุกปีก้าวหน้า” ซึ่งเป็นประเพณีที่มีีีทั้งในจีนตอนเหนือและจีนตอนใต้ ประเพณีที่จัดขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนนั้นมีอยู่หลายประเพณี ทั้งที่เหมือนและแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องที่ แต่ส่วนใหญ่มักเป็นการเซ่นไหว้เทพเจ้าและบรรพบุรุษเพื่อนำมาซึ่งความสุขความเจริญเป็นสำคัญ
วันเช็งเม้งตรงกับวันที่สิบห้าในฤดูใบไม้ผลิตามการเปลี่ยนแปลงดินฟ้าอากาศในปฏิทินจันทรคติจีน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่จัดขึ้นเพื่อเซ่นไหว้เทพเจ้าและบรรพบุรุษ ประเพณีดั้งเดิมของเทศกาลนี้นอกจากการทำความสะอาดสุสานแล้วยังห้ามจุดไฟ การกินอาหารที่ไม่อุ่นร้อน และการเดินเล่นตามชานเมือง เป็นต้น การทำความสะอาดสุสานและการเดินเล่นตามชานเมืองช่วงเทศกาลเช็งเม้งเป็นการผสมผสานระหว่างความสุขและความเศร้าซึ่งถือเป็นลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของเทศกาลนี้
เทศกาลไหว้บ๊ะจ่างหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเทศกาลเดือนห้า ตรงกับวันที่ห้าเดือนห้าตามปฏิทินจันทรคติ ประเพณีที่ทำกันในเทศกาลนี้คือ การกินบ๊ะจ่าง และการแข่งขันเรือมังกร กล่าวกันว่าเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างเป็นเทศกาลที่จัดขึ้นเพื่อระลึกถึง ชวีหยวน กวีจีนผู้รักชาติในสมัยโบราณ ต่อมาเขาถูกใส่ความและถูกเนรเทศ ท้ายที่สุดเขาจึงกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ชาวเมืองต่างกลัวว่าปลาในแม่น้ำจะกินร่างของชวีหยวน จึงนำข้าวที่ปั้นเป็นก้อนโยนลงสู่แม่น้ำและเป็นที่มาของประเพณีการกินบ๊ะจ่างในเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง
เทศกาลไหว้พระจันทร์ตรงกับวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนแปด เป็นเทศกาลที่คนจีนนิยมกินขนมไหว้พระจันทร์พร้อมกับการชมพระจันทร์เต็มดวง ฤดูใบไม้ร่วงอยู่ในช่วงเดือนเจ็ดถึงเดือนเก้า เดือนแปดซึ่งเป็นช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วง ภาษาจีนจึงเรียกเทศกาลนี้ว่า”เทศกาลจงชิว”หรือเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง การกินขนมไหว้พระจันทร์เป็นสัญลักษณ์ของการกลับมาอยู่รวมกันอีกครั้ง สมัยราชวงศ์หมิงมีการจดบันทึกเกี่ยวกับเทศกาลนี้ไว้ว่า”วันเพ็ญเดือนแปดเรียกว่าเทศกาลไหว้พระจันทร์ ผู้คนมอบขนมไหว้พระจันทร์ให้แก่กันเพื่อแสดงถึงการกลับมาพบกันอีก”
กล่าวโดยย่อแล้วนั้น ว่ากันว่าเทศกาลดั้งเดิมของจีนล้วนมีความเกี่ยวเนื่องกับระบบการแบ่งเวลาเป็นยี่สิบสี่ช่วงตามสภาพดินฟ้าอากาศของปฏิทินจันทรคติแบบจีน ระบบการแบ่งเวลาแบบนี้มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการทำการเกษตร เนื่องจากประเทศจีนเป็นประเทศเกษตรกรรม เทศกาลส่วนใหญ่จึงอยู่ในช่วงที่ว่างจากการทำการเกษตร เช่น เทศกาลตรุษจีน เป็นช่วงที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นพื้นดินแห้งแล้ง ทั่วทุกพื้นที่ปกคลุมด้วยหิมะ ผู้คนไม่สามารถทำการเกษตรได้ จึงเป็นเวลาแห่งการพักผ่อนของชาวไร่ชาวนาที่เหนื่อยจากการทำงานมาตลอดทั้งปี เทศกาลเช็งเม้งเป็นช่วงที่เต็มไปด้วยต้นอ่อนของหญ้ากำลังเจริญงอกงาม เหมาะแก่การท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ เทศกาลไหว้พระจันทร์เป็นช่วงเวลาที่ชาวไร่ชาวนาเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตรในฤดูใบไม้ร่วงของทุกปี จึงต้องพักผ่อนโดยการชมพระจันทร์เต็มดวงและกินขนมไหว้พระจันทร์ร่วมกันทั้งครอบครัว จะเห็นได้ว่าเทศกาลส่วนใหญ่มีขึ้นเพื่อให้สมาชิกในครอบครัวได้กลับมาอยู่ร่วมกัน สามัคคีกัน และเป็นโอกาสในการนำความสุขมาสู่ชีวิตของชาวจีน

—————————————————————-

บทแปลที่ 2

เทศกาลและประเพณีจีนมีมากมาย รายละเอียดหลากหลาย อีกทั้งมีรูปแบบมากมาย เช่น เทศกาลตรุษจีน เทศกาลโคมไฟ เทศกาลเช็งเม้ง เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง เทศกาลสารทจีน เทศกาลไหว้พระจันทร์ เทศกาลแห่งความรักของจีน และเทศกาลล่าปา เป็นต้น แต่เทศกาลที่ถือเป็นวันหยุดตามกฎหมายจีนมีเพียงสี่เทศกาล ได้แก่ เทศกาลตรุษจีน เทศกาลเช็งเม้ง เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง และเทศกาลไหว้พระจันทร์

วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติ เมื่อถึงเทศกาลตรุษจีน ผู้คนนิยมติดประดับหน้าต่างด้วยกระดาษตัดที่มีลวดลายสวยงามและกระดาษคำกลอนคู่เป็นต้น อีกทั้งบางคนยังนำตัวอักษร “福” ซึ่งแปลว่า “ความสุข ความสิริมงคล” มากลับหัว และติดประดับบริเวณประตูห้อง กำแพง หรือวงกบประตู เนื่องจากภาษาจีน คำว่า “倒” ที่แปลว่า กลับหัว พ้องเสียงกับคำว่า “到” ที่แปลว่า มาถึง ดังนั้นการติดตัวอักษร “福” แบบกลับหัวจึงแสดงความหมายว่า “ความสุขและความสิริมงคลมาถึงแล้ว” ค่ำวันสุดท้ายของปีเก่าก่อนวันตรุษจีน ทุกคนในครอบครัวจะกลับมาอยู่รวมกันพร้อมหน้าและล้อมวงรับประทานอาหารร่วมกัน การรับประทานอาหารร่วมกันถือเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของแต่ละบ้านในช่วงเทศกาลตรุษจีน อาหารมื้อค่ำในคืนส่งท้ายปีเก่ามีหลากหลายรูปแบบ ทางตอนใต้และตอนเหนือของจีนแตกต่างกัน เช่น คนทางเหนือมักรับประทานเกี๊ยวเพื่อฉลองวันตรุษจีน เพราะเกี๊ยวมีความหมายว่า “เปลี่ยนจากปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่” และเกี๊ยวยังมีรูปร่างคล้ายแท่งเงินโบราณของจีน จึงเป็นสัญลักษณ์ “เงินทองไหลมาเทมา” แสดงความหมายว่า ปีใหม่จะร่ำรวยใหญ่ ส่วนคนทางใต้มีประเพณีรับประทานบัวลอยในเช้าวันตรุษจีน นอกจากนี้เทศกาลตรุษจีนยังต้องรับประทานขนมเข่ง เนื่องจากขนมเข่งแสดงความหมายว่า “คิดสิ่งใดก็สมดังปรารถนาทุกประการ ชีวิตความเป็นอยู่และการงานดีขึ้นทุก ๆ ปี” ทางตอนใต้และตอนเหนือของจีนมีประเพณีรับประทานขนมเข่งเหมือนกัน ประเพณีปฏิบัติในช่วงเทศกาลตรุษจีนมีมากมาย มีทั้งเหมือนและแตกต่างกันตามพื้นที่แต่ละแห่งของประเทศจีน แต่ประเพณีส่วนใหญ่ที่พบ ได้แก่ การบูชาเทพเจ้าและบรรพบุรุษ ประเพณีดังกล่าวมีจุดประสงค์หลักเพื่อรับความสิริมงคลและความโชคดี

เมื่อเทียบจากฤดูกาลตามปฏิทินจันทรคติของจีน วันที่ 15 หลังเทศกาลตรุษจีนคือเทศกาลเช็งเม้ง เทศกาลเช็งเม้งเป็นอีกเทศกาลหนึ่งที่มีการบูชาเทพเจ้าและบรรพบุรุษ ประเพณีปฏิบัติในช่วงเทศกาลเช็งเม้ง นอกจากจะมีการกวาดสุสานบรรพบุรุษ ยังมีการห้ามจุดไฟ การรับประทานอาหารที่เย็น และการเที่ยวชมธรรมชาติอีกด้วย เนื่องจากเทศกาลเช็งเม้งมีการปัดกวาดสุสานบรรพบุรุษและการเที่ยวชมธรรมชาติซึ่งให้ความรู้สึกเศร้าและสุขปะปนกัน จึงเป็นเทศกาลที่มีเอกลักษณ์พิเศษเป็นอย่างมาก

วันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 คือเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง เรียกอีกอย่างว่า เทศกาลเดือนห้า ประเพณีโดยทั่วไป ได้แก่ การรับประทานขนมบ๊ะจ่าง และการแข่งเรือมังกร ว่ากันว่าเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างเป็นเทศกาลประเพณีจีนที่สืบทอดต่อกันมาเพื่อรำลึกถึงชวีหยวน กวีผู้รักชาติในสมัยจีนโบราณ ชวีหยวนโดนใส่ร้ายจนถูกเนรเทศออกจากแคว้น ท้ายที่สุดจึงตัดสินใจกระโดดแม่น้ำแยงซีเกียงฆ่าตัวตาย ชาวบ้านเกรงว่าปลาในแม่น้ำจะกัดกินศพของชวีหยวน จึงนำข้าวปั้นโยนลงไปในแม่น้ำแยงซีเกียง เรื่องเล่าดังกล่าวเป็นที่มาของประเพณีรับประทานขนมบ๊ะจ่างในช่วงเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง

วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 คือเทศกาลไหว้พระจันทร์ เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงและมีประเพณีรับประทานขนมไหว้พระจันทร์ เนื่องจากเดือนเจ็ดถึงเดือนเก้าเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง ดังนั้นเดือนแปดจึงเป็นช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วง จึงเรียกว่า “เทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง” เทศกาลไหว้พระจันทร์จะรับประทานขนมไหว้พระจันทร์เพราะขนมไหว้พระจันทร์เป็นสัญลักษณ์แสดงถึง “การอยู่รวมกันพร้อมหน้า” ในสมัยราชวงศ์หมิงมีการจดบันทึกไว้ว่า “วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เรียกว่า กลางฤดูใบไม้ร่วง ชาวบ้านจะมอบขนมไหว้พระจันทร์เป็นของขวัญให้แก่กัน ขนมไหว้พระจันทร์สื่อความหมายถึง ความสามัคคีกลมเกลียว”
สรุปได้ว่า เทศกาลและประเพณีจีนล้วนมีความเกี่ยวข้องกับฤดูกาล 24 ฤดู ตามปฏิทินจันทรคติของจีน ซึ่งฤดูกาลดังกล่าวยังสัมพันธ์กับการเกษตรเป็นอย่างมาก ประเทศจีนเป็นประเทศเกษตรกรรม ดังนั้นเทศกาลส่วนใหญ่มักเป็นฤดูกาลที่ว่างจากการเกษตร เช่น เทศกาลตรุษจีน ช่วงนี้อากาศหนาวเย็นมาก พื้นที่ต่าง ๆ มีหิมะและน้ำแข็งปกคลุม ผู้คนไม่สามารถทำการเกษตรได้ ดังนั้น เกษตรกรที่ยุ่งมาแล้วทั้งปีจึงสามารถพักผ่อนได้ เทศกาลเช็งเม้ง เป็นเทศกาลหลังตรุษจีนที่ต้นหญ้าต้นเล็ก ๆ จำนวนมากเพิ่งจะแตกหน่อ ช่วงนี้เหมาะสำหรับการออกไปเที่ยวนอกบ้าน เทศกาลไหว้พระจันทร์เป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตจากการลงแรงเพาะปลูกมาทั้งปี เป็นช่วงเวลาที่ควรพักผ่อน สมาชิกทั้งครอบครัวจะนั่งชมจันทร์และรับประทานขนมไหว้พระจันทร์ร่วมกัน เห็นได้ว่าเทศกาลส่วนใหญ่ล้วนเปิดโอกาสให้คนในครอบครัวกลับมาอยู่พร้อมหน้ากัน สนิทสนมกลมเกลียวกัน และดำเนินชีวิตที่มีความสุขร่วมกัน