Krukay Chinese

เรียนรู้ภาษาจีน เรียนรู้วัฒนธรรม


5.1 กำแพงเมืองจีน

กำแพงเมืองจีน

บทแปลที่ 1

กำแพงเมืองจีน หรือที่ผู้คนเรียกขานกันว่ากำแพงหมื่นลี้ เป็นกำแพงเมืองยาว 8,000 กว่ากิโลเมตรที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศจีน โดยฝั่งตะวันออกเริ่มต้นที่ด่านซานไห่กวน มณฑลเหอเป่ย จนถึงฝั่งตะวันตกสิ้นสุดที่ด่านจยาอวี้กวน มณฑลกานซู่ จากตะวันออกถึงตะวันตก กำแพงนี้พาดผ่านเมือง มณฑลและเขตปกครองตนเองต่างๆ เช่น มณฑลเหลียวหนิง มณฑลเหอเป่ย มณฑลซานตง เมืองเทียนสิน กรุงปักกิ่ง เขตปกครองตนเองมองโกลใน มณฑลซานซี มณฑลส่านซี เขตปกครองตนเองหนิงซย่า มณฑลกานซู่ เป็นต้น ถือเป็นโครงการก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โครงการหนึ่ง

กำแพงเมืองจีนเป็นสิ่งก่อสร้างทางการทหารที่ประเทศจีนในสมัยโบราณใช้สำหรับป้องกันศัตรู เริ่มสร้างเมื่อ 2,000 ปีที่แล้วในยุคชุนชิวจ้านกั๋ว เนื่องด้วยขณะนั้นแต่ละรัฐต่างรบรากันไม่หยุดหย่อน จึงต่างสร้างกำแพงเมืองในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญเพื่อป้องกันศัตรู กำแพงเมืองจีนโดยเฉลี่ยสูง 7.8 เมตร หนา 6.5 เมตร ด้านบนกำแพงมีขนาดเพียงพอที่รถม้าสองคันวิ่งผ่านพร้อมกันได้ นอกจากนี้ ทุกๆ 5 กิโลเมตร 10 กิโลเมตรหรือ 15 กิโลเมตร จะมีป้อมไฟ ซึ่งมีทหารคอยประจำการ และหากพบศัตรูเข้ารุกรานเขตชายแดน ทหารจะจุดไฟแจ้งเหตุที่ตระเตรียมไว้แล้วทันที โดยกลางวันมักจุดควัน ส่วนกลางคืนจะจุดไฟ เมื่อมีป้อมใดป้อมหนึ่งจุดไฟแจ้งเหตุขึ้น ป้อมไฟใกล้เคียงจะจุดตามป้อมแรกโดยเร็ว เช่นนี้แล้ว ทำให้สามารถกระจายข่าวของศัตรูไปทั่วทั้งแนวกำแพง พร้อมทั้งทูลต่อราชสำนักได้อย่างรวดเร็ว รัฐก็จะรวบรวมกำลังทหารเพื่อโจมตีกลับภายในระยะเวลาอันสั้น

ในสมัยโบราณ เขตชายแดนทางตอนเหนือของประเทศจีนมีชนเผ่าเร่ร่อนอาศัยอยู่ เช่น ชนเผ่าซ่งหนู ชนเผ่าเหล่านี้ใช้ชีวิตโดยพึ่งพาการเลี้ยงสัตว์และล่าสัตว์ ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนหลังม้าและเร่ร่อนไปเรื่อยๆตามแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ อีกทั้งมีความเชี่ยวชาญด้านการขี่ม้าและการยิงธนู จนกระทั่งถึงตอนกลางยุคจ้านกั๋ว ชนเผ่าเร่ร่อนเหล่านี้ไม่เพียงแต่เข้มแข็งเกรียงไกรขึ้นเรื่อยๆ ยังเข้ารุกรานประเทศจีนที่เป็นสังคมเกษตรกรรมอยู่บ่อยครั้ง คอยปล้นสะดมชาวบ้านผู้ไร้ทางสู้ และจากไปอย่างไม่เกรงกลัว ด้วยเหตุที่คนกลุ่มนี้ไปมาอย่างไร้ร่องรอย ประกอบกับความสามารถในการรบอันแข็งแกร่ง ทำให้ทหารรักษาชายแดนรับมือลำบาก หลังจากจิ๋นซีฮ่องเต้กำราบรัฐทั้งหกและรวมประเทศจีนได้สำเร็จ จึงใช้กำลังแรงงานกว่าล้านคนซ่อมแซมกำแพงเมืองที่ใช้ต้านทานชนเผ่าซ่งหนูในเขตชายแดนทางตอนเหนือของรัฐฉิน รัฐเยี่ยน และรัฐเจ้า รวมทั้งเชื่อมกำแพงทั้งหมดให้เป็นหนึ่งเดียวกัน กลายเป็นกำแพงหมื่นลี้ ด้วยเหตุนี้ จึงสามารถป้องกันไม่ให้ชนเผ่าเร่ร่อนต่างๆรุกรานเข้ามายังดินแดนทางตอนใต้ได้ นับตั้งแต่นั้นมา กำแพงเมืองจีนถือเป็นแนวกั้นทางตอนเหนือที่สำคัญที่สุดของประเทศจีน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นและราชวงศ์หมิงล้วนมีโครงการซ่อมแซมกำแพงเมืองจีนขนาดใหญ่ ปัจจุบันนี้ หากกล่าวถึงกำแพงเมืองจีน มักหมายถึงกำแพงเมืองจีนที่สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 14 ในราชวงศ์หมิง

ที่ตั้งของกำแพงเมืองจีนได้ใช้ประโยชน์จากปราการธรรมชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าผาสูงชัน แม่น้ำ ลำคลอง ทะเลสาบ ฯลฯ นอกจากนี้ ป้อมไฟที่กองกำลังตั้งมั่นก็เป็นชัยภูมิที่ป้องกันง่ายแต่โจมตีได้ยาก จึงเข้าทำนองว่า “แม้มีทหารรักษาการณ์เพียงคนเดียว ศัตรูหมื่นคนก็มิอาจโจมตีได้” กำแพงเมืองจีนจึงแสดงถึงภูมิปัญญาทางการทหารและเทคนิคการก่อสร้างอันยอดเยี่ยมของผู้ก่อสร้าง

ตลอด 2,000 ปีที่ผ่านมา กำแพงเมืองจีนได้บรรลุภารกิจของตนเอง เวลานี้ กำแพงเมืองจีนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศ ในสายตาของคนยุคปัจจุบัน กำแพงเมืองจีนจึงเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่แสดงถึงจิตวิญญาณชนชาติจีนผู้มีจิตใจแน่วแน่และรักสงบ

————————————————————

บทแปลที่ 2

ทางตอนเหนือของประเทศจีน มีกำแพงเมืองยาว8, 000กว่ากิโลเมตร เริ่มจากทางทิศตะวันออกคือด่านซันไห่ในมณฑลไหเป่ย ถึงทางทิศตะวันตกคือด่านเจียยฺวี่ในมณฑลกานซู่ จากทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกต้องผ่านเขตปกครองตนเองและมณฑลต่างๆ อาทิ มณฑลเหลียวหนิง มณฑลไหเป่ย มณฑลซันตง เมืองเทียนจิน(เมืองเทียนสิน) กรุงเป่ยจิง(กรุงปักกิ่ง) เน่ยเหมิงกู่(เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน) มณฑลซานซี มณฑลส่านซี มณฑลเหลียวหนิง และมณฑลกานซู่ ผู้คนเรียกกำแพงนี้ว่า กำแพงหมื่นลี้ ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

กำแพงเมืองจีนคือสถาปัตยกรรมทางทหารเพื่อการป้องกันประเภทหนึ่งในสมัยโบราณของประเทศจีน​ เริ่มก่อสร้างเมื่อ2,000กว่าปีก่อน ตอนนั้นประเทศจีนอยู่ในยุคชุนชิวจั้นกั๋ว ผู้ปกครองแต่ละรัฐต่างทำสงครามกันอย่างต่อเนื่อง แต่ละรัฐจึงสร้างกำแพงไว้ในพื้นที่ที่ตนได้เปรียบด้านภูมิประเทศเพื่อป้องกันตัวเอง ตัวผนังของกำแพงเมืองจีนมีความสูงประมาณ 7.8 เมตร และหนา 6.5 เมตร บนกำแพงสามารถสัญจรรถม้าได้ถึงสองคัน บนกำแพงทุกระยะ 10 เมตร 20 เมตร และ30 เมตร จะมีแท่นคบเพลิงไว้ตำแหน่งละหนึ่งแท่น แต่ละแท่นจะมีทหารประจำการคอยเฝ้า หากพบว่ามีข้าศึกบุกรุกเข้ามาบริเวณชายแดน ทหารประจำการที่แท่นจะจุดไฟที่ได้เตรียมพร้อมไว้เพื่อเป็นการเตือนภัย หากเป็นตอนกลางวันจะจุดสัญญาณควัน แต่หากเป็นกลางคืนจะจุดสัญญาณไฟ แค่เพียงหนึ่งแท่นเริ่มจุดควันไฟ แท่นคบเพลิงที่อยู่ข้างๆก็จะถูกจุดตามในทันทีเพื่อเตือนภัย ฉะนั้น จะสามารถกระจายข่าวของข้าศึกไปทั่วทั้วกำแพงและพระราชวังได้อย่างรวดเร็ว ประเทศชาติก็จะสามารถระดมกำลังพลเพื่อมาต่อสู้ขับไล่ข้าศึกได้ทันกาล

ชายแดนทางตอนเหนือของประเทศจีนสมัยโบราณ มีชนเผ่าเร่ร่อน อาทิ ชนเผ่าซงหนูอาศัยอยู่ พวกเขาดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์ ทั้งยังร่อนเร่พเนจร ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งที่แน่นอน ชีวิตส่วนมากอยู่บนหลังม้าเพื่อทำศึก เชี่ยวชาญการขี่ม้าและยิงธนู เมื่อครั้งตอนกลางของยุคจั้นกั๋ว พวกเขาไม่เพียงแต่ค่อยๆแข็งแกร่งขึ้น แต่ยังบุกรุกเข้ามายังประเทศเกษตรกรรมอย่างประเทศจีนอยู่บ่อยๆ แย่งชิงผลผลิตทางการเกษตร พอได้แล้วก็หนีไป เนื่องจากพวกเขาไปมาอย่างไร้ร่องรอย ทั้งยังมีฝีมือด้านการต่อสู้ที่เก่งกาจ จึงเป็นคู่ต่อสู้ที่รับมือได้ยากของเหล่าทหารรักษาชายแดน หลังจากที่จิ๋นซีฮ่องเต้ทำลายหกรัฐรวบรวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่ง พระองค์ทรงระดมกำลังพลนับล้าน จากสามรัฐทางตอนเหนือ​ได้แก่ รัฐฉิน รัฐเยี่ยน และรัฐจ้าว เพื่อมาร่วมกันสร้างและต่อเติมกำแพงให้ยาวต่อกันเป็นหนึ่งเดียวเอาไว้ต่อต้านชนเผ่าซงหนู ดังนั้นจึงเกิดกำแพงหมื่นลี้ขึ้น จากนั้นก็สามารถป้องกันพวกซงหนูและพวกบุกรุกอื่นๆจากทางตอนใต้ได้สำเร็จ และหลังจากนั้นมา กำแพงเมืองจีนก็กลายเป็นแนวกั้นสำคัญที่สุดของชายแดนทางตอนเหนือของประเทศจีน สมัยราชวงศ์ฮั่นและราชวงศ์หมิงได้ดำเนินการก่อสร้างและบูรณะกำแพงครั้งใหญ่ ปัจจุบันนี้กำแพงเมืองจีนที่หลงเหลืออยู่ส่วนมากมาจากการสร้างของราชวงศ์หมิงในสมัยศตวรรษที่14

การก่อสร้างกำแพงเมืองจีนได้ใช้ประโยชน์​จากสิ่งกีดขวางทางธรรมชาติอย่างมากมาย เช่น หน้าผา แม่น้ำลำธารต่างๆ เป็นต้น ป้อมประจำการของทหารหรือแท่นคบเพลิงถูกสร้างในสถานที่ที่สะดวกต่อการสังเกตการณ์ คนเพียงคนเดียว สามารถป้องกันคนได้นับหมื่น แสดงให้เห็นถึงทักษะทางสถาปัตยกรรมและความฉลาดทางการทหารอันล้ำเลิศของผู้สร้าง

ภายใน2, 000ปีที่ผ่านมา กำแพงเมืองจีนทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ทุกวันนี้กำแพงเมืองจีนถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงก้องโลก คนในปัจจุบันมองว่า กำแพงเมืองจีนคือสัญลักษณ์แสดงความไม่ยอมแพ้และรักความสงบของชนชาติจีน