Krukay Chinese

เรียนรู้ภาษาจีน เรียนรู้วัฒนธรรม


4.1 หอบูชาฟ้าเทียนถาน

หอบูชาฟ้าเทียนถาน

บทแปล1

ชาวจีนในสมัยโบราณเคารพฟ้าดินมาก “ฟ้าและมนุษย์รวมเป็นหนึ่ง” โลกที่ฟ้า ดินและมนุษย์กลมกลืนกันเป็นโลกที่งดงามในสายตาของชาวจีนในสมัยนั้น จักรพรรดิจีนในสมัยโบราณเรียกตัวเองว่า “โอรสสวรรค์” มีความหมายว่า บุตรแห่งฟ้า เป็นผู้รับโองการจากสวรรค์ให้ลงมายังโลกมนุษย์เพื่อปกครองอาณาประชาราษฎร์ จึงเป็นเหตุให้จักรพรรดิในอดีตล้วนต้องประกอบพระราชพิธีบูชาฟ้าดินอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อขอให้สวรรค์คุ้มครอง ลมฝนเหมาะแก่การเพาะปลูก ประเทศสงบสุขประชาชนสุขสบาย และเป็นการแสดงความเคารพต่อฟ้าดินอีกด้วย ในการนี้จักรพรรดิจะสร้างสถาปัตยกรรมเพื่อใช้ประกอบพระราชพิธีบูชาฟ้าดินโดยใช้ทักษะและศิลปะชั้นสูงที่สุดด้วยสรรพกำลังทั้งหมดที่มีในประเทศ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงปักกิ่งมีป่าสนอยู่แห่งหนึ่ง ใจกลางป่าสนมีกลุ่มสถาปัตยกรรมโบราณที่ประณีตสวยงาม มีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งนั่นคือสถานที่ที่จักรพรรดิราชวงศ์หมิงและชิงใช้ประกอบพระราชพิธีบูชาฟ้าและภาวนาให้การเก็บเกี่ยวพืชผลอุดมสมบูรณ์ หรือที่รู้จักกันในนามหอบูชาฟ้าเทียนถาน

หอบูชาฟ้าเทียนถานสร้างขึ้นในปีที่ ๑๘ ในรัชสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อแห่งราชวงศ์หมิง (พ.ศ. ๑๙๖๓) เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ใช้ประกอบพระราชพิธีบูชาฟ้า จึงทำให้หอบูชาฟ้าเทียนถานมีพื้นที่มากกว่าพระราชวังต้องห้ามอันเป็นที่ประทับของจักรพรรดิเสียอีก ปัจจุบันหอบูชาฟ้าเทียนถานเป็นสถาปัตยกรรมที่ใช้สำหรับบูชาฟ้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดของประเทศจีน ในปีพ.ศ.๒๕๔๑ องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโกรับรองให้หอบูชาฟ้าเทียนถานเป็น “มรดกโลกทางวัฒนธรรม”

หอบูชาฟ้าเทียนถานมีกำแพงล้อมรอบสองชั้น แบ่งเป็นหอบูชาฟ้าชั้นนอกและหอบูชาฟ้าชั้นใน กำแพงทางทิศเหนือมีลักษณะโค้งมน กำแพงทางทิศใต้มีลักษณะเหลี่ยม สื่อความหมายว่าสวรรค์กลมพิภพเหลี่ยมตามคติความเชื่อของชาวจีนในสมัยโบราณ หากมองจากแนวทางเดินกลางของหอบูชาฟ้าเทียนถาน จะพบแท่นบูชาหยวนชิวถาน หอบูชาหวงฉยงอวี่ และแท่นบูชาฉีกู่ถาน เรียงจากทิศใต้จรดทิศเหนือตามแนวทางเดินดังกล่าว แท่นบูชาหยวนชิวถานเป็นสถานที่ที่จักรพรรดิใช้ประกอบพระราชพิธีบูชาฟ้า หน้าตัดเป็นรูปวงกลม มีทั้งหมดสามชั้น ทุกชั้นล้อมรอบด้วยรั้วหยกขาวแกะสลักเป็นลายมังกรและเมฆ ทุก ๆ ปีในวันตงจื้อตามปฏิทินชาวนาของจีนซึ่งเป็นวันที่ดวงอาทิตย์จะส่องแสงเป็นเวลาสั้นที่สุดในรอบปี จักรพรรดิจะทรงยืนประกอบพระราชพิธีบูชาฟ้าอยู่เหนือแผ่นศิลาทรงกลมกลางชั้นบนสุดของแท่นบูชา ขณะที่ทรงยืนอยู่ ณ ที่นั้น ถึงแม้จักรพรรดิจะตรัสด้วยเสียงที่แผ่วเบา เสียงนั้นก็จะดังกังวาน เสมือนเป็นเสียงที่มาจากสวรรค์ฟังดูน่าเกรงขามและสง่างาม สาเหตุเกิดจากพื้นผิวของแท่นบูชาที่แข็งแรงและมันวาว เมื่อคลื่นเสียงเดินทางอย่างรวดเร็วไปรอบทิศกระทบเข้ากับกำแพงหยกที่ล้อมรอบแท่นบูชา คลื่นเสียงนั้นก็จะสะท้อนกลับมา จึงทำให้เสียงที่จักรพรรดิตรัสดังขึ้นเป็นทวีคูณ ทางทิศเหนือของแท่นบูชาหยวนชิวถานคือหอบูชาหวงฉยงอวี่ ในสถาปัตยกรรมทรงกลมแห่งนี้ประดิษฐานแท่นเคารพของเทพยดาที่ปกปักคุ้มครองประเทศจีนและป้ายเคารพที่ใช้ในพระราชพิธีบูชา ณ แท่นบูชาหยวนชิวถาน กำแพงล้อมรอบหอบูชาหวงฉยงอวี่มีลักษณะกลมได้มาตรฐานมาก พื้นผิวกำแพงเรียบเสมอกันและมันวาว เมื่อมีคนหันหน้าเข้าหากำแพงฝั่งตะวันออกแล้วพูดด้วยเสียงที่แผ่วเบา คนที่อยู่ฝั่งตะวันตกของกำแพงจะกลับได้ยินเสียงนั้นอย่างชัดเจน ซึ่งกำแพงนี้คือกำแพงเสียงสะท้อนเสียงอันโด่งดัง ใต้บันไดทางขึ้นหอบูชาหวงฉยงอวี่ ยังมีแผ่นศิลาประหลาดอยู่สามแผ่น เรียกว่าศิลาเสียงสะท้อน หากยืนบนแผ่นศิลาที่อยู่ใกล้กับบันไดที่สุดแล้วครบมือหนึ่งครั้ง จะได้ยินเสียงปรบมือสะท้อนกลับมาหนึ่งครั้ง หากยืนบนแผ่นศิลาแผ่นที่สองแล้วปรบมือหนึ่งครั้ง จะได้ยินเสียงปรบมือสะท้อนกลับมาสองครั้ง และหากยืนบนแผ่นศิลาแผ่นที่สามแล้วปรบมือหนึ่งครั้ง จะได้ยินเสียงปรบมือสะท้อนกลับมาสามครั้ง ทางทิศเหนือของหอบูชาหวงฉยงอวี่คือแท่นบูชาฉีกู่ถาน เป็นสถานที่ที่จักรพรรดิทรงใช้อธิษฐานให้การเก็บเกี่ยวพืชผลอุดมสมบูรณ์ มีทั้งหมดสามชั้น ที่ส่วนบนสุดของแท่นบูชามีพระตำหนักสีคราม ชายคาซ้อนกันสามชั้นอยู่หนึ่งหลัง ซึ่งนี่คือสถาปัตยกรรมที่เป็นสัญลักษณ์ของหอบูชาฟ้าเทียนถานนามว่าพระตำหนักฉีเหนียนเตี้ยน เป็นสถาปัตยกรรมที่จำลองสวรรค์ที่สูงจนมิอาจหาสิ่งใดเปรียบได้ ในจำนวนสถาปัตยกรรมมากมายตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน พระตำหนักฉีเหนียนเตี้ยนเป็นสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าทางศิลปะสูง

หอบูชาฟ้าเทียนถานรวบรวมสุดยอดสถาปัตยกรรมประกอบพระราชพิธีบูชาของจีนอายุหลายพันปีเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างโดยรวมหรืออาคารเดี่ยว ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันกลมกลืนระหว่างฟ้า ดินและมนุษย์ อีกทั้งแสดงถึงอัจริยภาพและความสามารถในหลาย ๆ ด้านของชาวจีนในสมัยโบราณ เช่น ปรัชญา คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ และสุนทรียศาสตร์เป็นต้น

———————————————————

บทแปล 2

หอบูชาฟ้าเทียนถาน

ชาวจีนโบราณเคารพฟ้าดินเป็นอย่างยิ่ง “มนุษย์และฟ้ารวมเป็นหนึ่ง” ในสายตาของชาวจีนแล้ว ฟ้าดินมนุษย์สอดประสาน คือโลกที่งดงามที่สุด จักรพรรดิจีนโบราณเรียกตัวเองว่า “โอรสสวรรค์” หมายถึงลูกชายของฟ้า (ในภาษาจีนคำว่าฟ้าและสวรรค์ใช้คำเดียวกัน คือ เทียน) กล่าวคือมีหน้าที่รับบัญชาสวรรค์ลงมายังโลกมนุษย์เพื่อปกครองอาณาประชาราษฎร์ ด้วยเหตุนี้ จักรพรรดิในสมัยโบราณล้วนแล้วแต่จัดให้มีพิธีบูชาฟ้าอันยิ่งใหญ่ เพื่อขอให้สวรรค์คุ้มครอง ให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ให้ประเทศชาติรุ่งเรือง และให้ประชาชนอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข พวกเขา(ชาวจีน)มักจะทุ่มเทแรงกายแรงใจจากทั่วทั้งขอบขัณฑสีมา ตลอดจนใช้วิชาช่างและศิลปะชั้นครูในการสร้างมณเฑียรสำหรับบูชาฟ้าดิน เพื่อแสดงออกถึงศรัทธาที่มีต่อฟ้าดิน ในเบื้องทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงปักกิ่งมีป่าสนใหญ่อยู่หนึ่งผืน ท่ามกลางป่านั้นมีหมู่มณเฑียรโบราณอันมีเอกลักษณ์และวิจิตรตระการตา นั่นก็คือเทียนถาน หรือ หอบูชาฟ้าที่บูรพกษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงใช้ประกอบพิธีบูชาฟ้า ขอพรให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์

เทียนถานถูกสร้างขึ้นในปีที่ ๑๘ ในรัชกาลหย่งเล่อ (ตรงกับปีคริสตศักราช ๑๔๒๐) สืบเนื่องจากเทียนถานถูกใช้ในการประกอบพิธีบูชาฟ้าดิน จึงมีอาณาบริเวณใหญ่กว่าพระราชวังต้องห้ามอันเป็นที่ประทับขององค์จักรพรรดิเสียอีก ในปีคริสตศักราช ๑๙๙๘ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนให้เทียนฐานเป็น “มรดกโลกทางวัฒนธรรม”

เทียนถานมีกำแพงรอบสองชั้น แบ่งเป็นชั้นนอกและชั้นใน กำแพงนั้นด้านทิศเหนือมีรูปกลม ส่วนทางทิศใต้มีรูปเหลี่ยม หมายถึงฟ้ากลมดินเหลี่ยม ในแนวย่านกลางของเทียนถาน เมื่อไล่จากเบื้องทิศใต้ขึ้นเบื้องทิศเหนือแล้ว ประกอบไปด้วย หยวนชิวถาน หวงฉยฺงอวฺี่ และฉีกู่ถานตามลำดับ หวนชิวถาน คือสถานที่ที่จักรพรรดิประกอบพิธีสักการะฟ้า มีสัณฐานกลม มีทั้งหมดสามชั้น ทุก ๆ ชั้นรายรอบด้วยราวระเบียงหินอ่อนขาว ทุก ๆ ฤดูหนาว จักรพรรดิจะประทับยืนอยู่ ณ แผ่นหินกลมในย่านกลางชั้นบนสุดของหยวนชิวถานเพื่อสักการะฟ้า ในขณะที่ประทับยืนอยู่บนแผ่นหินกลมดังกล่าว ถึงแม้จักรพรรดิจะตรัสด้วยสุรเสียงแผ่วเบา แต่สุรเสียงนั้นกลับดังกังวาน ราวกับเป็นเสียงจากสวรรค์ชั้นฟ้า ฟังดูเคร่งขรึมและลึกลับ ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าพื้นผิวของหยวนชิวถานมีลักษณะแข็งและเรียบ ส่งผลให้คลื่นเสียงเดินทางไปได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อเดินทางถึงราวหินอ่อนที่รายล้อมอยู่โดยรอบก็จะสะท้อนกลับมา ดังนั้นเสียงจึงดังขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ เบื้องทิศเหนือของหยวนชิวถานคือหวงฉยฺงอวฺี่ มณเฑียรทรงกลมหลังนี้ ภายในประดิษฐานป้ายวิญญาณเทพยดาฟ้าดินที่ใช้ในการพิธีสักการะฟ้าดิน กำแพงที่รายล้อมหวงฉยฺงอวฺี่มีสัณฐานกลมสมบูรณ์ พื้นผิวกำแพงเรียบ ถ้าหากหันหน้าเข้ากำแพงด้านทิศตะวันออกและพูดเพียงเสียงเบา ๆ คนที่อยู่กำแพงด้านทิศตะวันตกก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน กำแพงดังกล่าวก็คือหุยอินเฉียง หรือกำแพงเสียงสะท้อนอันลือชื่อ เบื้องล่างของบันไดที่นำขึ้นสู่หวงฉยฺงอวฺี่ยังมีหินอัศจรรย์อีกสามก้อน เรียกว่าหุยอินสือ หรือหินสะท้อนเสียง ถ้าหากยืนบนหินแผ่นแรกบริเวณตีนบันไดแล้วปรบมือหนึ่งครั้ง จะได้ยินเสียงสะท้อนกลับมาหนึ่งครั้ง หากยืนอยู่บนหินก้อนที่สองแล้วปรบมือหนึ่งครั้ง จะได้ยินเสียงสะท้อนกลับมาสองครั้ง และหากยืนอยู่บนหินก้อนที่สามแล้วทำเช่นเดิม จะได้ยินเสียงสะท้อนกลับมาหนึ่งครั้ง เบื้องทิศเหนือของหวงฉยฺงอวฺี่คือฉีกู่ถาน สถานที่สำหรับจักรพรรดิประกอบพิธีขอให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ฉีกู่ถานมีทั้งหมดสามชั้น ชั้นบนสุดคือฉีเหนียนถาน สัญลักษณ์ของเทียนถาน ซึ่งเป็นตำหนักใหญ่ตกแต่งด้วยหลังคาสีฟ้าสามชั้น แทนความหมายว่าสรวงสวรรค์สูงไร้เทียมทาน ในบรรดาสิ่งก่อสร้างตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ฉีเหนียนถานนับได้ว่ามีคุณค่าทางศิลปะอย่างยิ่ง

เทียนถานได้รวบรวมสารัตถะแห่งสิ่งก่อสร้างสำหรับบูชาฟ้าตลอดประวัติศาสตร์หลายพันปีของจีน และไปถึงมาตรฐานชั้นสูง ไม่ว่าจะมองในองค์รวมหรือแยกเดี่ยว เทียนถานสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันกลมเกลียวระหว่างฟ้า ดิน และมนุษย์ ตลอดจนแสดงให้เห็นถึงองค์ความรู้และสติปัญญาของชาวจีนโบราณในหลาย ๆ ด้าน อาทิ ปรัชญา คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ตลอดจนสุนทรียศาสตร์ เป็นต้น