Krukay Chinese

เรียนรู้ภาษาจีน เรียนรู้วัฒนธรรม


ผ้าคลุมหน้าสีแดง

head

ผ้าคลุมหน้าสีแดง

นอกจากชุดงานแต่งของเจ้าสาวแล้ว ก็ยังมีอีกขั้นตอนหนึ่ง เรียกว่าขั้นตอน “ปิดบังใบหน้า” ( 障面 zhàng miàn )

障面 หรือเรียกในอีกชื่อว่า 盖头 (gài miàn)、 蒙面 (méng miàn)、覆面 (fú miàn) เป็นต้น คือการที่บ้านของฝ่ายเจ้าบ่าวมอบผ้าคลุมผืนใหญ่สีแดงปิดบังศีรษะและใบหน้าของเจ้าสาว เมื่อถึงเวลาปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนก็จะเป็นแค่คนที่ปิดบังใบหน้า ในเรื่องความฝันในหอแดงมีการพูดถึงเหตุการณ์ “调包计” ของหวังซีเฟิ่งที่สามารถปิดบังหน้าตาของหลินไต้อวี้คนที่จะแต่งงานกับเจี่ยเป่าอี้ได้ ถือเป็นประเพณีที่ใช้ประโยชน์ได้อย่างแยบยล

แล้วทำไมเจ้าสาวต้องปิดบังใบหน้า มีการกล่าวกันมาหลายหลากแบบตั้งแต่ในอดีต หนังสือ《独异志》ของถังลี่ล่ง ได้ยกคำกล่าวจากเทพนิยายการแต่งงานของสองพี่น้องฟู่ซีหนู่วา ตอนที่ชายหญิงคู่นี้กำลังมีเพศสัมพันธ์กัน ฟู่ซีกลัวว่าน้องสาวของเขาจะอายจึงให้พัดที่ทำจากหญ้ามาปิดหน้าของเธอไว้ คนรุ่นหลังเลยให้เจ้าสาวซ่อนใบหน้าของตัวเองไว้ต่อมาก็ถือเป็นการกระทำของประเพณีดั้งเดิมอย่างหนึ่ง หนึ่งในคำกล่าวเบื้องต้นนี้มีมาก่อนสมัยราชวงศ์ถัง เจ้าสาวมักจะใช้พัดมาปิดบังใบหน้า ดังนั้นการปิดใบหน้าก็คือพัฒนาจาการการใช้พัด ต่อมาเจ้าอี้กวีในสมัยราชวงศ์ชิงคิดว่าประเพณีการปิดใบหน้านี้มีที่มาจากสมัยเวิ่นจิ้น ช่วงที่เกิดความวุ่ยวายจากภัยสงคราม บ้านที่มีการแต่งงานจะไม่มีเวลาจัดงานมงคลนี้ได้ทันตามเวลา บางครั้งเลยใช้ผ้าฝ้ายมาคลุมหน้าเจ้าสาวแล้วส่งไปที่บ้านเจ้าบ่าวก็ถือเป็นอันเสร็จพิธี

นอกจากนี้ หยวนเย้เฉิงคนในราชวงศ์หยวนได้เขียนตำนานที่คนในท้องถิ่นพูดถึงกันเป็นจำนวนมากนั้นก็คือละครสุขนาฎกรรมเรื่อง《桃花女破法嫁周家》เรื่องนี้เกี่ยวกับที่มาและความหมายของระเบียบข้อห้ามทุกรูปแบบในแต่งงานสมัยราชวงศ์ซ่งและราชวงศ์หยวนที่บรรยายไว้ได้อย่างละเอียด ความจริงแล้วระเบียบข้อห้ามเหล่านี้ส่งต่อมาถึงยุคสมัยใหม่ หลายคนทำตามประเพณีนี้แต่ไม่รู้ความหมายของมัน ดังนั้นหนังสือเล่มนี้ปราถนาที่จะแนะนำเกี่ยวกับผ้าคลุมหน้าสีแดงสักเล็กน้อยจากที่สันนิษฐานมาดังนี้

โจวกงเปิดสำนักดูดวงที่หนึ่งในเมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน โจวกงได้ศึกษหนังสือแห่งการเปลี่ยนแปลงอี้จิงและเชี่ยวชาญในด้านหยินหยาง สามารถปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ทำนายดวงชะตาได้ไม่เคยพลาดสักครั้ง เขาได้ทำนายว่าซื่อหลิวหวังลูกชายของคุณย่าซื่อจะเสียชีวิตรวมถึงนายช่างเผิ่งอีกคนด้วย แต่ภัยเหล่านี้โดนเวทยนต์ของสาวน้อยดอกท้อที่เป็นเพื่อนบ้านกับคุณย่าซื่อและนายช่างเผิ่งให้พระเจ้าช่วยให้คนทั้งสองรอดจากสิ่งชั่วร้ายไปได้ แต่เดิมสาวน้อยดอกท้อจะฝึกบำเพ็ญตบะและฝึกวิชาการเกิดใหม่อยู่ใต้ต้นดอกท้อจนชำนาญ จึงเป็นธรรมชาติอยู่แล้วที่เชี่ยวชาญวิธีหาโชคและขจัดทุกข์

โจวกงที่ชื่อเสียงถูกทำลายลงไปแล้วโกรธมาก ก็เลยให้เจิงฟู่ลูกชายของตัวเองแกล้งไปขอสาวน้อยดอกท้อแต่งงาน ต้องการวางแผนเพื่อกำจัดตัวเธอ สาวน้อยล่วงรู้ถึงความตั้งใจของอีกฝ่ายเลยคิดซ้อนแผนจึงบอกพ่อแม่ของเธอให้ตอบตกลงเรื่องแต่งงานไป โจวกงเลือกปีศาจ 金神七และปีศาจ当太岁ออกมาในวันรับตัวเจ้าสาว หวังจะให้ตกอยู่ในกำมือของเขา สาวน้อยดอกท้อสวมมงกุฎดอกไม้ขึ้นเกี้ยวและนำผ้าเช็คหน้าผืนใหญ่สีแดงมาคลุมหน้าไว้ อีกทั้งเรียกให้คนมาถือตะแกรงเดินนำหน้าเกี้ยวรับเจ้าสาว การทำแบบนี้ทำให้สามารถหลีกหนีจากเหล่าปีศาจพวกนั้นได้

เมื่อเห็นว่าเจ้าสาวเดินทางมาถึงบ้านตระกูลโจวได้อย่างปลอดภัย โจวกงก็ตกใจมากเลยคิดแผนใหม่ เริ่มจากเรียกคนไปประคองตัวเจ้าสาวลงจากรถ พอลงมาพื้นก็กลายเป็นทางไปสู่นรก หากตกลงไปอาจตายได้ทันที สาวน้อยดอกท้อจึงเรียกคนให้นำเสื่อสองผืนมาปูรองบนพื้น เดินไปก็ม้วนเสื่อไปทำให้จากนรกกลายเป็นวงโคจรจักรราศี เจ้าสาวเดินผ่านไปได้อย่างราบรื่นจนไปถึงประตูใหญ่ด้านหน้า

ผ่านประตูใหญ่มาได้ก็เจอกับอีกหนึ่งอุปสรรคคือมีม้าสีดำขวางทางเข้าอยู่ หากชนมันเข้า ไม่โดนมันวิ่งลากจนตายก็โดนเตะเอา สาวน้อยไม่รีบร้อนใช้ให้คนไปแขวนอานม้าไว้ที่ประตูทางเข้า จากนั้นก็เดินเข้าไปในตัวบ้านได้อย่างสบาย

ในบ้านก็มีอุปสรรคอีกเช่นเดียวกัน ทั้งเทพเจ้าแพะ 鬼金羊และเทพเจ้าไก่ 昴日鸡 หากชนเข้า ไม่โดนไก่จิกก็โดนแพะเตะจนตาย สาวน้อยจึงเรียกให้คนวางหญ้าแห้งกับเงินห้าสีไว้ที่พื้น ใช้โอกาสตอนที่ไก่และแพะเข้ามากินอาหารและตอนที่เด็กๆกำลังแย่งเงินกันเดินเข้ามาที่ในห้องโถง

โจวกงคิดไว้แล้วว่าเจ้าสาวจะต้องเข้าหาเจอผู้ส่งสารแห่งความตายและจะต้องตายแบบไม่มีข้อสงสัย สาวน้อยให้คนอยู่ที่หน้าทางเข้าประตูยิงธนูเข้ามาด้านในสามดอก จากนั้นผู้ส่งสารแห่งความตายเลยหลีกทางให้ หญิงสาวจึงเดินเข้ามายังห้องต่อไป

โจวกงยังคงไม่ยอมแพ้ คิดที่จะโค่นต้นดอกท้อหวังให้สาวน้อยชะตาขาดแต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะทำลายวิธีนี้ได้จนเกิดผลสะท้อนกลับทำให้ตายกันทั้งตระกูลโจว แต่สุดท้ายสาวน้อยดอกท้อก็ชุบชีวิตครอบครัวนี้ขึ้นมาใหม่ ถึงตอนนี้โจวกงก็ยอมแพ้ ยอมให้เธอเป็นลูกสะใภ้ ดังนั้นสาวน้อยดอกท้อกับเจิงฟู่เลยได้เข้าพิธีแต่งงานกัน

ละครสุขนาฎกรรมเรื่องนี้เห็นได้ชัดว่าสะท้อนการจัดงานแต่งงานในสมัยประวัติศาสตร์ เรียกว่า “หกพิธีการ”ของโจวกง สิ่งของที่สาวน้อยดอกท้อเป็นผู้คิดขึ้นมาเป็น “หกพิธีการ” ไม่ได้ถูกจดบันทึกไว้ทั้งหมด ความจริงแล้วเป็นสัญลักษณ์ที่ธรรมเนียมพื้นบ้านในการแต่งงานนิยมมีกัน รวมถึงมงกุฎดอกไม้ที่เจ้าสาวสวมใส่ ผ้าคลุมหน้าสีแดงเป็นชุดสำหรับงานมงคลสมรสที่ในสมัยเก่าที่มาจากความคิดของประเพณีพื้นบ้านที่ซ่อนไว้ อีกทั้งดำเนินผ่านละครสุขนาฎกรรมเรื่องนี้ทำให้รู้สึกได้อย่างแท้จริงถึงความปราถนาที่จะเจอแต่ความสุขหลีกเลี่ยงสิ่งชั่วร้ายของประชาชนจำนวนมาก

แปลโดย cuxuwo

ที่มา 完颜绍元. 红布蒙面. 婚嫁趣谈, 153-157. 上海: 上海古籍出版社, 2003