Krukay Chinese

เรียนรู้ภาษาจีน เรียนรู้วัฒนธรรม


มังกรจีน ‘中国龙’

Image-1
มังกรจีนช่างมหัศจรรย์

มังกรไม่ได้มีแค่ที่เมืองจีน แต่ตำนานของประเทศอื่นๆนั้นก็มีมังกรอยู่ด้วย ตัวอย่างเช่น มังกรของทางด้านตะวันตกซึ่งน่าสนใจเป็นอย่างมาก มังกรเหล่านั้นมีลักษณะหลายอย่างที่คล้ายกับมังกรจีน เช่น ตัวมังกรใหญ่ มีเกล็ดทั้งลำตัว มีขาสี่ขาที่มีเล็บเท้าแหลมคม บนหัวมีเขา สามารถบินผ่านเมฆหมอกได้ สิ่งที่ไม่เหมือนคือ หัวของมังกรทางตะว้นตกจะมีหลายหัว บางทีมีสามหัว บางทีมีเก้าหัว และบางทีก็มีถึงสิบสองหัว แต่มังกรของจีนมีเพียงหัวเดียว มังกรของทางตะวันตกพ่นไฟจากปาก แต่มังกรของจีนจะพ่นน้ำ มังกรทางตะวันตกมักจะแสดงพลังดุร้าย แต่ของจีนมักเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี

มังกรของจีนมีความมหัศจรรย์และมีความสามารถมากมาย มันสามารถย่อขยายตัวได้ สามารถบินขึ้นฟ้าและดำลงน้ำได้ และยังสามารถทำให้ฝนตกลมพัดได้อีกด้วย คนจีนสมันก่อน ฝากความหวังที่จะทำให้ฝนตกเพื่อผลการเกษตรที่ดีไว้กับมังกร ในเวลานั้น มีคนมากมายไปไหว้มังกรเพื่อขอฝนที่”วัดราชามังกร”(龙王庙)จำนวนมาก

ต้นกำเนิดของมังกรจีน

มังกรจีนถือกำเนิดมาอย่างน้อย 6000 กว่าปีแล้ว ในสมัยก่อน ผู้คนมักนำรูปร่างธรรมชาติของสัตว์ หรือพืชที่พวกเขาเคารพมาเป็นสัญลักษณ์ของเผ่าตน พวกเขาเคารพและปกป้องมัน ซึ่งก็คือการบูชารูปสลักบนเสาที่เป็นสัญลักษณ์ของชนเผ่านั่นเอง และมังกรก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ใช้เคารพบูชา

ดังนั้นแล้วมังกรมีต้นกำเนิดมาจากอะไร ?

บ้างก็ว่ามีต้นกำเนิดจากจระเข้, งู ,หมู บ้างกล่าวว่า มังกรมีต้นกำเนิดมาจากสายฟ้าเมื่อเวลาฝนตก ปัจจุบันมีผู้เชี่ยวชาญหลายคนคิดว่ามังกรประกอบมาจากงูเป็นส่วนใหญ่ มันมีตัวของงู หัวของหมู เขาของกวาง หูของวัว เคราของแพะ กรงเล็บของเหยี่ยว เกล็ดของปลา การที่ผู้เชี่ยวชาญมองแบบนี้ เพื่อให้พวกเราเห็นมุมมองชีวิตในสังคมสมัยก่อน

ในสมัยสังคมชนเผ่า ชนเผ่า “หัวเซี่ย” (华夏)บริเวณลุ่มแม่น้ำเหลือง(黄河)เคารพงูเป็นสัญลักษณ์ประจำชนเผ่าของตน ชนเผ่านี้ได้รับชัยชนะเหนือชนเผ่าอื่นๆ ภายหลังชนเผ่าหัวเซี้ยได้รวมกับชนเผ่าอื่น กลายเป็นชนเผ่าที่ยิ่งใหญ่ ในเวลาเดียวกันก็ได้รับเอารูปเคารพที่เป็นสัญลักษณ์ประจำของชนเผ่าอื่นๆเข้ามาด้วย จนสุดท้ายก็นำมารวมกับรูปเคารพในชนเผ่าตนจนกลายเป็นมังกร

เมื่อปี 1987 ที่เมืองผูหยาง (濮阳)มณฑลเหอหนาน (河南)ได้ค้นพบโรงศพขนาดใหญ่ของวัฒนธรรมหยางเซ่า (仰韶) ซึ่งเป็นวัฒนธรรมเมื่อ6000กว่าปีที่แล้ว ข้างๆศพจะพบมังกรที่มีแม่พิมพ์มากจากเปลือกหอย นี่คือมังกรที่เก่าแก่ที่สุดที่เราพบเห็นในปัจจุบัน ผู้คนจึงเรียกว่า “มังกรแรกของจีน”

นอกจากนี้ยังขุดพบมังกรหยกที่ประเทศมองโกเลีย รูปร่างผอมสูงสวยงามมาก ตัวของมังกรโค้งงอเป็นรูปอักษร C และมีหัวคล้ายหมู มังกรหยกที่มีหัวคล้ายหมูนี้มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 5000 ปีแล้ว ในสมัยของราชวงศ์ซาง( 商) และราชวงศ์โจว (周)เมื่อประมาณ 3000 กว่าปีก่อน มังกรมักจะปรากฏในเครื่องมือหินสำริดและบนโครงกระดูก ในเวลานั้นอักษรที่พบบนโครงกระดูกได้มีคำว่า ‘มังกร’ อยู่ด้วย โดยวิธีการเขียนคำว่ามังกรในสมัยนั้นมีมากถึง100กว่าวิธี

ในสมัย จ้านกว๋อ( 战国) เมื่อสองพันกว่าปีที่แล้ว มังกรถูกวาดอย่างมีชีวิตชีวาบนผ้าไหม จนถึงสมัยราชวงศ์ฮั่น รูปร่างของมังกรก็แทบไม่แตกต่างจากมังกรที่เราพบเห็นในปัจจุบัน หลังจากผ่านราชวงศ์ต่างๆ มาหลายราชวงศ์ รูปร่างของมังกรก็ยิ่งเต็มไปด้วยพลังมากยิ่งขึ้นไปอีก

มังกรของราชวงศ์กับมังกรของประชาชน

ในสังคมศักดินาของจีน มังกรถือเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์

หลิวปัง (刘邦)จักรพรรดิของราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (西汉) ได้แต่งนิทานขึ้นมาเรื่องหนึ่ง กล่าวว่า แม่ของเขาได้ฝันเกี่ยวกับมังกร หลังจากนั้นก็คลอดเขาออกมา และได้กล่าวว่าทุกครั้งที่หลิวปางดื่มจนเมา หัวของเขาจะกลายเป็นหัวมังกร เป็นเช่นนี้มาจนมีคำกล่าวว่าหลิวปางเป็นลูกชายของมังกร เห็นได้ชัดว่า หลิงปางใช้พลังอำนาจของมังกรเพื่อยกระดับสถานะทางสังคมของตน ทำให้ตำแหน่งจักรพรรดิของตนเข้มแข็งมากขึ้น จักรพรรดิและคนที่อยากเป็นจักรพรรดิในรุ่นต่อมาก็ล้วนแต่กล่าวว่าตนเองเป็นลูกของมังกร ซึ่งถือเป็นการหลอกลวงประชากรอย่างหนึ่ง

หลังราชวงศ์ฮั่น มังกรก็ค่อยๆกลายเป็นตัวแทนของจักรพรรดิ มังกรกลายเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจจักรพรรดิ ในเวลานั้น ร่างกายของจักรพรรดิเรียกว่า “ตัวมังกร (龙体)” หน้าเรียกว่า “หน้ามังกร (龙颜)” ชุดที่ใส่เรียกว่า “ชุดมังกร (龙袍) เก้าอี้ที่นั่งเรียกว่า “เก้าอี้มังกร ( 龙椅)” เตียงที่นอนเรียกว่า ” เตียงมังกร ( 龙床)” แม้กระทั่งลูกหลานของจักรพรรดิยังเรียกว่า ” ลูกหลานมังกร (龙子龙孙)”

ในสมัยของราชวงศ์หยวน ราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง มังกรที่อยู่บนชุดของจักรพรรดิและมังกรในพระราชวังล้วนเป็น มังกรห้ากรงเล็บซึ่งเป็นมังกรที่คนสามัญธรรมดาไม่สามารถใช้ได้ หากว่าคนธรรมดาใช้มังกรห้ากรงเล็บจะโดนประหารชีวิต มีตำนานกล่าวว่า ในสมัยราชวงศ์ชิงมีช่างฝีมือคนหนึ่งได้วาดลายมังกรทองห้ากรงเล็บบนเครื่องปั้นดินเผาของเขา เป็นเหตุให้เขาและครอบครัวของเขาถูกฆ่าตายหมด

จักรพรรดิราชวงศ์หมิงชิงพำนักอยู่ในพระราชวังปักกิ่ง ดังนั้น เสาของพระราชวัง ประตู หน้าต่าง ยอดของพระราชวัง บันไดหินของพระราชวัง รวมไปถึงทุกๆที่ของพระราชวังล้วนตกแต่งด้วยมังกร ในปีเดียวกัน จักพรรดิสวมใส่ชุดลายมังกรห้ากรงเล็บ นั่งบนบัลลังก์โค้งรูปมังกรเพื่อปกครองผู้คนทั้งประเทศ”โลกของมังกร” ที่อยู่ในพระราชวังแห่งนี้ แท้จริงแล้วมีมังกรประดับอยู่ทั้งหมดกี่ตัว ล้วนไม่มีใครนับได้ชัดเจน

สามัญชนคนจีนไม่ชอบมังกรที่เป็นตัวแทนของอำนาจกษัตริย์ พวกเขาชอบมังกรอีกชนิดหนึ่ง ที่ไม่ได้มีความสง่างามของอำนาจกษัตริย์ นั่นคือมังกรแห่งความโชคดีที่สามารถทำให้ผู้คนมีความสุข ในวันเฉลิมฉลองต่างๆ ผู้คนมักจะเต้นมังกร ในวันเทศกาลไหว้บะจ่าง จะมีการจัดแข่งเรือมังกร ผู้คนมักจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมังกรซึ่งเรื่องเล่าต่างๆล้วนเป็นเรื่องราวที่ผู้คนรู้จักกันดี ในเรื่องเล่าเหล่านี้ ยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับมังกรวีรบุรุษที่มาต่อสู้กับมังกรชั่วร้ายซึ่งเรื่องเล่าเหล่านี้อาจจะเป็นการต่อต้านอำนาจจักรพรรดิอย่างหนึ่งของประชากรก็เป็นได้

นอกจากนี้ยังมีละคร เพลง ภาพวาด งานศิลปะ และสำนวนอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับมังกร มังกรยังเป็นสัตว์หนึ่งใน 12 ปีนักษัตรอีกด้วย ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความรักของผู้คนที่มีต่อมังกร

ทุกวันนี้ยุคที่มังกรเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจจักรพรรดิได้หมดไปแล้ว แต่มังกรยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี ดังนั้น มังกรจีนในปัจจุบันจึงมีความหมายใหม่อีกหนึ่งความหมาย นั่นคือมังกรเป็นสัญลักษณ์ของการสร้างสรรค์และเป็นจิตวิญญาณของคนจีน สามารถพูดได้ว่า มังกรจีนได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของคนจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ที่มา 韩鉴堂.中国文化.北京语言大学出版社.北京北林印刷厂.2004

แปลโดย ต้าเซี่ยงเกอเกอ